จากเพลงฮิตสู่โอกาสใหม่ คุยกับ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE ถึงวันที่เสียงเพลงพาพวกเขาไปไกลกว่าเดิม [ADVERTORIAL]

เพลงฮิตอาจทำให้คนรู้จักศิลปินในชั่วข้ามคืน แต่จะทำอย่างไรให้คนยังรอฟังเพลงต่อไป ในวันที่มีศิลปินหน้าใหม่แจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ทุกวัน

ภายใต้ร่มใหญ่ของ Believe Thailand ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาศิลปิน ในฐานะ One Global Artist Development Company เชื่อว่าเส้นทางนั้นต้องเริ่มจากการให้ศิลปินเป็นตัวเอง 100% แล้วช่วยพาศิลปินไปเจอกับกลุ่มคนฟังกลุ่มใหม่ รวมถึงโอกาสที่พวกเขาอาจไม่เคยนึกถึง

วันนี้ THE STANDARD POP ชวน BLVCKHEART จาก bYOND และ GUNCHARLIE จาก Kicks Records สองค่ายภายใต้การซัพพอร์ตของ Believe Thailand มาคุยกัน หลังจากเพลงฮิตพาพวกเขาไปไกลเกินฝัน มีแฟนคลับของตัวเอง ได้ร่วมงานกับศิลปินที่ชื่นชอบ และทำงานกับแบรนด์ใหญ่

วันที่เริ่มได้ยินคนอื่นเปิดเพลงของตัวเองเป็นอย่างไร โอกาสที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานของพวกเขาแค่ไหน และจากนี้ทั้งคู่ยังอยากเติบโตไปเป็นศิลปินแบบไหน

ถ้าให้เลือก 1 เพลงที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จะเลือกเพลงอะไร

BLVCKHEART: น่าจะเป็นเพลง ‘อยากจะกอดเธอนาน ๆ (HAVE A GOOD TIME)’ ครับ เพราะมันเปลี่ยนชีวิตทุกด้านเลย มีคนรู้จักมากขึ้น มีแฟนคลับมากขึ้น ชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนครับ ออกไปข้างนอก มีคนทักเยอะขึ้นมาก

GUNCHARLIE: ของผมต้องเป็นเพลง ‘เผื่อวันไหนเธอจะกลับมา’ ครับ ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงชีวิตที่กราฟลง พยายามปล่อยเพลงที่คิดว่าคนฟังจะชอบ ยอดวิวก็ยังไม่ขึ้น จนผมกลับมาเชื่อในตัวเอง ลองทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ อาจจะเป็นจุดนี้มั้งครับที่คนดูสัมผัสได้ และยอดวิวเพลงนี้มันก็ทำให้ชีวิตพุ่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนชีวิตเลยไหม ผมว่าไม่ขนาดนั้นนะ ผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองดัง ไปเดินห้างยังสบายๆ ไม่ได้มีคนมาทักเยอะ (หัวเราะ)

รู้สึกได้ตอนไหนว่าเพลงดังแล้ว

BLVCKHEART: จริงๆ ผมเคยมีเพลงฮิตอยู่หนึ่งเพลง ชื่อว่า ‘ฟีโรโมน’ ตอนนั้นสำหรับผมก็ว่าประสบความสำเร็จประมาณหนึ่งแล้วนะ แต่พอปล่อยเพลงอยากจะกอดเธอนาน ๆ เพลงเริ่มทำงานใน Tiktok ก่อน คนใช้แผ่นเสียงนี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ แล้วผมเป็นคนชอบเช็ก feedback ในโซเชี่ยลมากๆ ในหนึ่งชั่วโมงมีคนคอมเมนต์เยอะมาก ความรู้สึกเหมือนตอนเพลงฟีโรโมนเลย แต่เพลงนี้มาแรงกว่าอีก กราฟยอดวิวมันพุ่งไม่ตกเลย กลายเป็นว่าเราก็ยิ่งติดตามเรื่อยๆ รอลุ้นว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน

GUNCHARLIE: ของผมตอนนั้นไปเดินห้างครับ ผ่านร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า เห็นเขาเปิดเพลงเรา แล้วผมก็เลือกเสื้อผ้าอยู่ในนั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนร้อง ถึงคนจะไม่รู้จักเรา แต่ก็เริ่มรับรู้แล้วครับว่าเพลงเราไปไกลมากๆ แล้ว

ภาพ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE สองศิลปินจาก Believe Thailand 2

มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาบ้าง หลังจากที่เรามีเพลงฮิตเป็นของตัวเองแล้ว

BLVCKHEART: ผมได้ร่วมงานกับคนดังในวงการ พี่ๆ แนวเพลงอื่นด้วย ได้ร้องเพลงกับพี่นนท์-ธนนท์ ล่าสุดก็ได้ไป collab กับศิลปินหลายแนว เป็นอะไรใหม่ๆ ที่สนุกดีครับ อาจจะไม่ถึงขั้นเกินฝัน เราก็ฝันนั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าจะทำได้จริงเร็วขนาดนี้ มากกว่าพี่ๆในวงการคือ การได้รู้จักพี่ๆจากฝั่งงานโฆษณา จากแบรนด์ ซึ่งค่อนข้างไกลตัวผมมาก เพิ่งมารู้ทีหลังว่าพี่ๆก็ฟังเพลงผมเหมือนกัน

GUNCHARLIE: พอมีเพลงฮิตก็สร้างโอกาสเยอะครับ ทำให้ผมได้เจอกับศิลปินที่ตอนเด็กเห็นเขาแค่ผ่านในจอ ตอนนี้เหมือนได้ขยับมาใกล้ขึ้น และผมยังได้ร่วมงานกับศิลปินที่หลากหลายมาก นอกจากนี้ ผมยังได้เจอผู้คนมากขึ้น ได้ทำงานหลายอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับดนตรีเลยด้วยซ้ำ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาได้ยากมากๆ

ทั้งสองคน มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ใหญ่ด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไร

BLVCKHEART: ของผมได้ร่วมงานกับ Mercedes-Benz คาดไม่ถึงเลยครับว่าจะได้ร่วมงานกัน เพราะผมไม่ได้มองเพลงของผมจะสามารถมีแบรนด์เข้ามาอยู่ด้วยได้ แต่พอ MV ออกมาจริงๆก็รู้สึกดีครับ ด้วยแบรนด์ของเขาเป็นเทสใกล้เคียงกับเพลงเรา พอมี Mercedes-Benz เข้ามาอยู่ในเพลงช่วยส่งเสริมภาพใน MV ของผมไปด้วย

ส่วนอีกฝั่งที่ได้ร่วมงานก็คือ Free Fire อันนี้ได้ทำเพลงธีมเกมขึ้นมาใหม่ ร่วมงานกับ Z9 และพี่ลำไย ไหทองคำ จะเป็นแนวเพลงสามช่า หมอลำนิดหนึ่ง เรียกว่าเปิดประสบการณ์การทำงานให้ผมเลย เพราะเป็นแนวเพลงที่ผมไม่เคยทำมาก่อน และได้ร่วมงานกับพี่ลำไย รวมถึงพี่ๆจากทีม Free Fire ด้วย ได้ทำอะไรใหม่ๆ ทั้งเพลง ถ่ายภาพนิ่งโปรโมทสกิน มีเพลงของพวกผมไปอยู่ในเกม สนุกมากครับ และก็ทำให้ได้ฐานแฟนเพลงใหม่ๆ ที่ตามมาจากการเล่นเกมด้วย

GUNCHARLIE: ส่วนผมได้ทำงานกับ Spotify ครับ เป็นการถ่ายโฆษณา ผมดีใจมากๆ ที่ได้ทำงานนี้ เพราะเป็นแอปที่ผมว่าทั้งศิลปิน คนฟังเพลงคุ้นเคยกันมานาน ในหนังโฆษณามีการใช้เพลงจากกันโดยสมบูรณ์ประกอบโฆษณาด้วย ต้องขอบคุณทาง Spotify มากๆที่เลือกทั้งผมและผลงานของผมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่อง การได้ทำงานนี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำงานกับศิลปินที่เราเห็นเค้ามาตั้งแต่เด็ก ได้เจอพี่ๆทีมสร้างโฆษณาเจ๋งๆ มันทำให้เราโตขึ้น ทำงานอื่นได้มากกว่างานเพลงครับ

ภาพ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE สองศิลปินจาก Believe Thailand 4

ต้องปรับตัวอะไรไหมให้สื่อสารภาพของแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น

BLVCKHEART: สำหรับผมก็เป็นตัวเองแหละครับ แต่เป็นตัวเองในเวอชันที่ Official มากขึ้น กรองทุกอย่างขึ้น ให้กลุ่ม Mass เข้าใจเรามากขึ้นด้วย อาจจะต้องพัฒนาตัวเองให้เข้าถึงพี่ๆในฝั่งแบรนด์และโฆษณามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผลงานเพลง ตัวตน ทัศนคติ เพื่อให้สร้างงานในแบบที่พี่ๆเค้าอยากให้เป็น ในขณะเดียวกันก็ยังต้องรักษาตัวตนผมไว้ด้วย ให้แฟนๆผมชอบงานโฆษณานี้เพราะยังดูเป็นตัวตนของผมเชื่อ ในขณะเดียวกันก็มีอะไรใหม่ๆให้แฟนๆได้ตื่นเต้น ผมว่าแบบนี้จะดีกับทั้งสองฝ่ายครับ

GUNCHARLIE: ผมว่าต่างฝ่ายต่างต้องเชื่อและเคารพซึ่งกันและกันมากกว่าครับ ส่วนตัว Spotify เอง เขาเชื่อมั่นในเพลงและตัวตนของผม เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อเปลี่ยน ไม่บอกว่าผมควรจะเป็นแบบไหน เขาพร้อมที่ซัพพอร์ตที่ตัวตนของผมจริงๆ ส่วนของผมก็เชื่อมั่นในโปรดักซ์ของเขา พอเราทำงานกันแบบนี้งานก็จะออกมาราบรื่น และส่งความจริงใจไปหากลุ่มแฟนคลับของผมและกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ได้ครับ

พูดถึงแฟนคลับแล้ว ถ้าให้แนะนำแฟนๆ ของตัวเองให้คนอื่นรู้จัก พวกเขาเป็นคนแบบไหน

BLVCKHEART: เป็นคนน่ารักครับ ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นเดียวกับเราหรือโตกว่าเรา 2-3 ปี นิสัยใจคอดี พร้อมจะซัพพอร์ตเราตลอดเขาจะมีคำแปลกๆมาชมเรา เช่น BLVCKHEART ทั้งใจ ปลดล็อกหูเคลือบทอง อะไรแบบนี้ บางคนก็ทำมีมให้ พอปล่อยเพลงใหม่ก็ช่วยกันดันให้เป็นไวรัล

GUNCHARLIE: จะมีคนเรียกผมว่าหัวจ่ายเพลงเศร้า ตอนแรกผมก็คิดว่าคนที่มาชอบผมอาจจะเป็นคนอกหัก แต่พอกลับมามองคนดูตอนผมไปเล่นคอนเสิร์ต พวกเขาก็มากับแฟนนะครับ… (หัวเราะ) เขาแค่ชอบฟังเพลงเศร้าเฉยๆ แต่ที่สังเกตได้คือ ส่วนใหญ่ผมจะเห็นคนที่แต่งตัวเก่งครับ มีเทส และก็เป็นคนเรียบร้อยครับ

แรงซัพพอร์ตจากแฟนคลับสำคัญแค่ไหน

BLVCKHEART: ผมพูดได้เลยว่าแฟนคลับก็เป็นคนให้โอกาสผมครับ เพราะพวกเขาช่วยกันแชร์ ช่วยกันทำให้เป็นไวรัล ทำให้ผมมีเพลงฮิต มีโอกาสทำงานกับศิลปิน และได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ อย่างงานที่ทำกับ Mercedes-Benz ใน MV เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน) ทางแบรนด์ก็ค่อนข้างแฮปปี้ครับ เพราะยอดวิวตอนนี้ก็ทะลุ 30 ล้านวิวไปแล้ว ต้องให้เครดิตกับแฟนๆเลยครับที่เข้าไปช่วยกันสร้างยอดวิว ทางแบรนด์เองก็แฮปปี้มากๆ

ภาพ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE สองศิลปินจาก Believe Thailand 5

GUNCHARLIE: แฟนคลับเป็นแรงสำคัญมาก ทำให้ผมรู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ บางครั้งที่ไฟในตัวเราเริ่มมอด มีคนมาช่วยพัดให้ไฟมันขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ทำให้มีแรงฮึบต่อไปครับ

ผมว่าอยู่ในวงการนี้มันท้อง่ายมาก การที่เรารู้ว่ายังมีคนเชื่อในตัวเราอยู่ ก็ไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง บางคนอุตส่าห์มาไกลจากอยุธยาออกจากบ้านมาเพื่อดูผม ก็อยากจะทำให้เขากลับบ้านไปอย่างมีความสุขที่สุดครับ

ภาพ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE สองศิลปินจาก Believe Thailand 6

จากวันที่เป็นศิลปินหน้าใหม่ จนเดินทางมาถึงตรงนี้ รู้สึกอย่างไร อยากขอบคุณอะไร และมองภาพอนาคตของตัวเองไว้อย่างไร

BLVCKHEART: ขอบคุณแฟนคลับที่ติดตามและซัพพอร์ตกันมาเสมอ ผมเห็นความหวังดีของทุกคนมาตลอด ผมจะทำเพลงดีๆ ให้ทุกคนได้ฟังต่อไปครับ

อีกคนที่ผมอยากขอบคุณในปีนี้คือฝั่งพี่ๆแบรนด์และโฆษณาครับ ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นคนเล่าเรื่องให้แบรนด์ ขอบคุณที่ได้มาเจอกันครับและนำประสบการณ์ใหม่ๆมาให้ผม ยังอยากเจอกันต่อนะ

ตอนนี้ผมก็ได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยฝันไว้ แต่ยังมีสิ่งนึงถ้าผมได้มีโอกาส ผมอยากลองทำอะไรกับแฟนๆต่างประเทศครับ อาจจะปล่อยเพลง ทำงานกับศิลปินต่างประเทศ ตอนนี้ก็เริ่มมีทำเพลงกับศิลปินต่างประเทศชื่อ Rangga Jones แล้วครับ เพลงเพิ่งปล่อยไปด้วย ก็แฮปปี้มากๆกับประสบการณ์นี้

GUNCHARLIE: ผมว่าวันนี้มันเกินฝันแล้วครับ เพราะความฝันของผมง่ายๆ เลยคือตื่นมาได้ไปร้องเพลงและรู้ว่ามีคนฟังเพลงของเราอยู่ วันนี้ฝันของผมสำเร็จแล้ว ทุกอย่างหลังจากนี้มันคือกำไรชีวิตของผม

ขอบคุณทางแบรนด์ทุกแบรนด์ที่ให้โอกาสมาทำอะไรแบบนี้ ขอบคุณแฟนคลับที่ซัพพอร์ตกันเสมอมมา ถ้าไม่มีพวกเขาก็คงจะไม่มีแรงในการทำอะไรหลายๆ อย่างในทุกวันนี้

ภาพ BLVCKHEART และ GUNCHARLIE สองศิลปินจาก Believe Thailand 7

GUNCHARLIE: ส่วนในอนาคตผมอยากเป็นศิลปินที่ทำได้มากกว่าร้องเพลง ผมมีไอดอลเป็นบอสของผมครับ พี่แทน-พี่คัตโตะ วง Lipta ที่นอกจากทำเพลง เขาเปิดค่ายเพลง มีไปคอลแลปกับคนอื่น ผมอยากเป็นให้ได้อย่างนั้นครับ