สู่เข็มมุ่ง BOI to IPO

งาน Thailand Focus 2026:Reignite Thailand หรือ การปลุกพลังตลาดทุนไทย จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วง 26-28 ส.ค. 69 มีความคึกคักเป็นอันมาก ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ติดต่อกันมาแล้ว
เป็นการสัมมนานานาชาติที่ครอบคลุมทั้งประเด็นตลาดทุน เศรษฐกิจ พลังงาน โลกแห่งเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ ภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งเสถียรภาพการเมืองไทย มีผู้ลงทุนจาก 74 สถาบันทั่วโลก จำนวน 220 รายเข้าร่วมงาน
และก็แน่ล่ะ งานนี้เจ้าภาพก็ย่อมจะขนของดีตลาดหุ้นไทยออกมาโชว์เพียบ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลท.อ้างอิง ดัชนี SET Index ปรับตัวสูงขึ้นจาก 1,200 จุดปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1,600 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 30% สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก
ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น จากต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน ขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ฯ และกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ ก็พลิกฟื้นจากไหลออกสุทธิ 3 พันล้านดอลลาร์ มาเป็นไหลเข้าสุทธิมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้
ทั้งนี้ ตลาดทุนไทยที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนก็เป็นผลจาก “เสถียรภาพการเมือง” ที่เพิ่มขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องปรับโปรแกรมมาเป็นประธานเปิดงานในภาคบ่าย เพราะติดภารกิจชี้แจงพ.ร.ก. 4 แสนล้านที่สภาฯ ในช่วงเช้า กล่าวยืนยันบนเวทีว่า ประเทศไทยได้กลับมาอยู่ในเรดาร์การลงทุนของโลกแล้ว
ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ มียอดการขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนพุ่งทะยานเป็นประวัติการณ์ถึง 1.47 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นกิจการที่ครอบคลุมทั้ง AI ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ยานยนต์ EV พลังงานสะอาด อาหารมูลค่าสูง ธุรกิจสุขภาพทางการแพทย์ และการท่องเที่ยวเชิงเวลเนส
ช่วงครึ่งปีแรกมีคำขอฯ ได้รับการอนุมัติและมีเม็ดเงินลงทุนจริงเข้ามาแล้วประมาณ 5 แสนล้านบาท
รัฐบาลจะใช้มาตรการ “ฟาสต์ พาส” ภายใต้ 8 หน่วยงานรัฐ เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการลงทุน ซึ่งในปี 2569นี้ คาดการณ์ว่าจะผลักดันเม็ดเงินลงสู่ระบบได้มากกว่า 700,000 ล้านบาท หรือ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันมาตรการ “BOI to IPO” เพื่อดึงดูดบริษัทภายใต้สิทธิบีโอไอ โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
อันนี้ก็เห็นด้วยอย่างมากล่ะครับ เพราะตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่มีบริษัทจดทะเบียนกว่า 670 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นเศรษฐกิจเก่าที่ต้องพึ่งพาผลประกอบการของบจ.ในกลุ่มธนาคาร และพลังงาน หากมีกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และอิเลกทรอนิกส์ชั้นสูงเข้ามา ก็จะทำให้ตลาดมีขนาดใหญ่และครบเครื่องมากขึ้น
อนาคตตลาดหุ้นไทยย่อมดีแน่ หากชักชวนบริษัทที่รับการส่งเสริม BOI เข้ามาทำ IPO เป็นบริษัทจดทะเบียน
Back to top button