ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่าเทียบเยน หลังตลาดคาด BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ : อินโฟเควสท์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (2 ก.ย.) หลังมีกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ภายหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กดดันให้ BOJ เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.08% แตะที่ระดับ 99.595

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 158.94 เยน จากระดับ 160.20 เยนในวันอังคาร (1 ก.ย.) และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3841 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3894 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8133 ฟรังก์ จากระดับ 0.8118 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1586 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1590 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3487 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3514 ดอลลาร์

เงินเยนแข็งค่าขึ้น หลังจากสำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เบสเซนต์ได้กล่าวกับ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ นอกรอบการประชุม G20 ว่า ถึงเวลาแล้วที่ BOJ ควรจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการยกระดับการกดดันญี่ปุ่นให้เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์ได้ให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากเกินไปอาจทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกไม่มีเสถียรภาพ

ด้านกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ในระหว่างการพูดคุยกับผู้ว่าการ BOJ นอกรอบการประชุม G20 นั้น เบสเซนต์ได้แสดงท่าทีสนับสนุนให้ BOJ ดำเนินนโยบายการเงินที่ “เด็ดขาด” เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน

ด้าน ฮาจิเมะ ทาคาตะ กรรมการสายเหยี่ยวของ BOJ กล่าวในการประชุมผู้นำภาคธุรกิจในเมืองซัปโปโร ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นว่า BOJ ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสถานการณ์ โดยพิจารณาทั้งภาวะการเงินในประเทศและสถานการณ์ในต่างประเทศ

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4.784% หลังจากที่พุ่งแตะ 4.814% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566

ด้านจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แต่เป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 38,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 47,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 46,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากที่ลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนส.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช