BTS เปิดรายได้ Q1 ทะลุ 7.49 พันล้านบาท ดันอีบิทด้าแตะ 2.82 พันลบ.


บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569/70 มีรายได้รวม 7,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243 ล้านบาท หรือ 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้จากการให้บริการและการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้อื่นจากกำไรการลงทุนในตราสารทางการเงิน

รายได้จากการให้บริการและการขายเพิ่มขึ้น 837 ล้านบาท มาอยู่ที่ 5,115 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น หลังจากบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT รับโอนการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในทวีปยุโรปกลับมาอยู่ภายใต้การดำเนินงานตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 จากเดิมที่ดำเนินงานในรูปแบบการให้เช่า

ขณะเดียวกัน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 337 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากกำไรจากการลงทุนในตราสารทางการเงินจำนวน 340 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ถูกหักกลบบางส่วนจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง 536 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ภายหลังได้รับชำระหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 รวมถึงรายได้จากการให้บริการรับเหมาที่ลดลง 417 ล้านบาท จากการทยอยเสร็จสิ้นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย

ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 5,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 557 ล้านบาท หรือ 10.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมในทวีปยุโรปที่ RABBIT รับโอนกลับมาดำเนินงาน

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,638 ล้านบาท ลดลง 314 ล้านบาท หรือ 16.1% จาก 1,952 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568/69

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ย และภาษี (Recurring EBITDA) อยู่ที่ 2,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท หรือ 3.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจาก EBITDA ของธุรกิจ MATCH ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการรับรู้กำไรจากการลงทุนในตราสารทางการเงิน ประกอบกับผลการดำเนินงานของ RABBIT ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม Recurring EBITDA ของธุรกิจ MOVE ปรับตัวลดลง จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าลดลง

นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 236 ล้านบาท หรือ 302.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 313 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน MIX และ MATCH ที่ปรับตัวดีขึ้น

แม้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง 1.9 พันล้านบาท ส่งผลให้ BTS มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 496 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 449 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568/69 ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 388 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 230 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

Back to top button