BYD ATTO 3 EX สเปคญี่ปุ่น มีทั้งรุ่นขับหลังและขับสี่ แรงสุด 449 แรงม้า ขับได้ไกลสุด 620 km - HeadLight Magazine
1 ตุลาคม 2026 เวลา 00:12 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide, NEWS | โดย AE110 | อ่านไปแล้ว: 8 ครั้ง

BYD ATTO 3 EX เปิดตัวแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 ซึ่งแม้ตลาดโลกจะใช้ชื่อว่า Evo ก็ตามที สำหรับความหมายที่ซ่อนอยู่นั้นมีทั้ง Extend (ขยาย), Explore (ค้นหา) และ Experience (ประสบการณ์) สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่ารูปลักษณ์ใน ATTO 3 รุ่นใหม่ ที่มีทั้งการเปลี่ยนรูปแบบการขับเคลื่อน, ขยายขนาดแบตเตอรี่ ส่งผลให้ขับขี่ไกลขึ้น และ เพิ่มกำลังการรองรับการชาร์จ DC ให้ชาร์จได้ไวขึ้น
BYD ATTO 3 EX ยังมาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่า โดยในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ เพิ่มตู้ควบคุมอุณหภูมิขนาด 4.5 ลิตร ที่ปรับระดับได้ตั้งแต่ 35 – 50 และ -6 ถึง 6 องศาเซลเซียส เสริมด้วยระบบเป่าลมในเบาะคู่หน้า, พวงมาลัยปรับอุ่นได้, แท่นชาร์จไร้สายขนาด 50 วัตต์ และที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 95 ลิตร นอกจากนั้น ยังมีกระจกบานหน้าและหน้าต่างคู่หน้าแบบเก็บเสียง ช่วยลดเสียงภายในห้องโดยสาร

BYD ATTO 3 EX ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง EV ซึ่งมีให้เลือกสองระดับความแรงด้วยกันระหว่าง
- มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.5 วินาที แบตเตอรี่เป็นแบบ LFP ขนาด 74.8 kWh รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 100 kW ขับขี่ได้ไกลสุด 620 กิโลเมตร (WLTC)
- มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวมสูงสุด 449 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 560 นิวตันเมตร เร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.0 วินาที แบตเตอรี่เป็นแบบ LFP ขนาด 74.8 kWh รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 100 kW ขับขี่ได้ไกลสุด 550 กิโลเมตร (WLTC)

BYD ATTO 3 EX มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ dual ball-joint MacPherson strut ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 5-link ทั้งยังมีการปรับแต่งให้รองรับพละกำลังที่มากขึ้น ส่วนความปลอดภัยมีการนำเหล็กแรงดึงสูงมาใช้เป็นโครงสร้างตัวถังในสัดส่วน 74% ทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนการลืมเด็กไว้หลังรถ ด้วยการใช้เซนเซอร์ radar คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร ในการตรวจจับความเคลื่อนไหวภายในห้องโดยสาร
ส่วนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เพิ่มเรดาร์คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร 3 จุด พร้อมกล้องมองด้านหน้า และยังมีระบบตรวจจับสภาวะของผู้ขับขี่ BYD ATTO 3 EX มีให้เลือก 5 สีตัวถัง ประกอบด้วย สีแดง Ruby Red, สีดำ Cosmos Black, สีขาว Ski White, สีเทา Harbor Gray และ สีเทา Atlantis Grey สำหรับราคาจำหน่ายที่นั่น โดยที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยอยู่ที่ 4,378,000 เยน (ราว 935,000 บาท) ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง และ 4,873,000 เยน (ราว 1,040,000 บาท) ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ

ที่มา: BYD, car.watch.impress