BYD Racco Kei EV เริ่ม 4.3 แสนบาท แต่ราคารวมส่วนลดเงินอุดหนุนจากรัฐยังแพงกว่าค่ายญี่ปุ่น - HeadLight Magazine

30 กรกฎาคม 2026 เวลา 15:20 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 36 ครั้ง

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 BYD เปิดตัว Racco EV รถ Kei-car ขุมพลังไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น นับเป็นผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติรายแรกที่พัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากลุ่ม Kei Car สำหรับตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ โดยชูจุดเด่นด้านราคาจำหน่ายที่ต่ำที่สุดในกลุ่ม พร้อมระยะทางวิ่งที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด การรับประกันแบตเตอรี่ระยะยาว รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยมาให้อย่างครบครัน

รถรุ่นนี้เคยเผยโฉมในฐานะต้นแบบใกล้ผลิตจริงเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ก่อนที่ BYD จะประกาศรายละเอียดสเปกและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดย Racco รุ่นพื้นฐาน มีราคาเริ่มต้น 2,145,000 เยน (ประมาณ 4.3 แสนบาท) ก่อนหักส่วนลดจากเงินอุดหนุน ซึ่งต่ำกว่า Nissan Sakura EV และ Mitsubishi eK X EV ที่มีราคาเริ่มต้น 2,448,600 เยน และ 2,446,400 เยน ตามลำดับ โดย BYD ได้เปิดรับจองผ่านผู้แทนจำหน่าย 70 แห่งทั่วญี่ปุ่น พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี และขยายเป็น 10 ปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ถึงแม้ BYD จะตั้งราคาจำหน่ายตามป้ายต่ำกว่า แต่เมื่อรวมสิทธิประโยชน์ส่วนลดราคาจากภาครัฐแล้ว กลับเสียเปรียบผู้ผลิตญี่ปุ่น เนื่องจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ใช้ระบบประเมินเงินอุดหนุนที่คำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น การผลิตภายในประเทศ แหล่งผลิตแบตเตอรี่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และความสามารถในการสนับสนุนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ส่งผลให้รถ Kei EV ของผู้ผลิตญี่ปุ่นได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 580,000 เยน ขณะที่ BYD Racco ซึ่งเป็นรถนำเข้า มีสิทธิได้รับเพียง 150,000 เยน เท่านั้น

เมื่อรวมกับเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น ในกรุงโตเกียว ผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของ BYD Racco ได้ในราคาเริ่มต้นประมาณ 1,545,000 ขณะที่ Nissan Sakura EV และ Mitsubishi eK X EV จะมีราคาจำหน่ายสุทธิหลังหักเงินอุดหนุนเหลือเพียง 1,298,600 เยน และ 1,296,400 เยน ตามลำดับ ทำให้รถจากผู้ผลิตญี่ปุ่นยังมีราคาที่ถูกกว่าหลังรับสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ภายนอกมาในรูปแบบรถทรงกล่องเพื่อใช้พื้นที่ภายในให้คุ้มค่าที่สุด โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ประตูสไลด์สองฝั่ง และความสูงตัวรถที่มากกว่าคู่แข่งเล็กน้อย ส่วนห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอมาตรวัดแบบ Full-digital ขนาด 8 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment ขนาด 10.1 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่รุ่นสูงจะได้หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA และติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ทุกรุ่น

ด้านสมรรถนะ รุ่น Racco 200 ที่ใช้แบตเตอรี่ความจุ 22.40 kWh ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTC สูงสุด 210 กิโลเมตร ขณะที่รุ่น Racco 300 Plus และ 300 Premium ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 35.84 kWh จะมีระยะทางวิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 320 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟฟ้ากนะแสสลับ AC ด้วยกำลังไฟฟ้าสูงสุด 6 kW และชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC ด้วยกำลังไฟฟ้าสูงสุด 50 kW พร้อมระบบอุ่นแบตเตอรี่สำหรับอากาศหนาว รวมถึงรองรับการจ่ายไฟกลับสู่ไฟบ้าน (V2H) และจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก (V2L)

ทุกรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหน้า ให้กำลังสูงสุด 63 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นกำลังสูงสุดตามข้อกำหนดของรถ Kei Car โดย BYD ระบุว่า 90% ของชิ้นส่วนหลัก รวมถึงแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ผลิตขึ้นเองภายใต้บริษัทในเครือ ตัวรถพัฒนาบนงานวิศวกรรมพื้นฐาน e-Platform 3.0 พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery แบบ Cell-to-Body (CTB) และโครงสร้าง X-PACK ที่รวมแบตเตอรี่ ระบบควบคุม และอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ในโมดูลเดียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความปลอดภัยจากการชน อีกทั้งยังติดตั้งช่วงล่างที่ปรับจูนสำหรับสภาพถนนในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ซึ่งหาได้ยากในรถกลุ่มนี้

ที่มา: Carscoops


byd BYD Racco Racco EV