ChatGPT Ads คืออะไร ทำงานอย่างไร? ธุรกิจไทยต้องปรับตัวอย่างไร
ถ้าโฆษณาบน Google Search เปรียบเหมือนการยืนแจกใบขัวร์หน้า
โฆษณาบน Social Media เปรียบเหมือนการเดินไปทัก
แต่สำหรับ ChatGPT Ads มันคือพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงได้มาก่อน เพราะมันเหมือน "การเข้าไปนั่งคุยอยู่ข้าง ๆ ในจังหวะที่เขากำลังปรึกษาเพื่อนสนิทว่าจะซื้ออะไรดี"
นี่คือจังหวะเวลาที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจรอคอย เพราะพฤติกรรมบน ChatGPT ไม่ใช่แค่การพิมพ์ Keyword สั้น ๆ แต่เป็นการเล่าบริบททั้งหมด เช่น ข้อจำกัด เงื่อนไขชีวิต งบประมาณ และความต้องการที่แท้จริง ข้อมูลเชิงลึกระดับนี้ไม่เคยเปิดให้ใครเข้าถึงมาก่อน จนกระทั่ง OpenAI เริ่มเปิดใช้งาน ChatGPT Ads อย่างเป็นทางการในกว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจระบบโฆษณาบน Generative AI อย่างเจาะลึก ทั้งในมุมของผู้ใช้งานทั่วไปว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปไหม และมุมของธุรกิจว่าต้องปรับตัวอย่างไร
ทำความรู้จัก ChatGPT Ads ระบบโฆษณาในยุค Conversational AI
หากพูดให้นึกภาพออกได้ง่ายที่สุด ChatGPT Ads คือระบบโฆษณาของ OpenAI ที่แสดงผลอยู่ล่างคำตอบในหน้าแชต โดยไม่ได้แทรกเข้าไปในประโยคคำตอบของ AI แต่อย่างใด

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราพิมพ์คุยกับ ChatGPT เพื่อวางแผนทริปท่องเที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ใต้คำตอบจัดทริปของ AI ก็อาจจะมีการ์ดโฆษณาโรงแรม ร้านอาหาร หรือบริการรถเช่าโผล่ขึ้นมาเสนอเป็นทางเลือกเพิ่มเติม
ความน่าสนใจคือ ความแตกต่างของพฤติกรรมผู้ใช้ใน 3 แพลตฟอร์ม เช่น
คนที่ใช้ Google Search ผู้ใช้พิมพ์ว่าโรงแรมเชียงใหม่ แล้วเลื่อนคลิกลิงก์ไล่ดูทีละอัน
คนที่ใช้ Social Media (FB / IG) ผู้ใช้เลื่อนฟีดดูรูปเรื่อย ๆ แล้วเจอแอดแทรกขึ้นมาตามความสนใจทั่วไป
คนที่ใช้ ChatGPT ผู้ใช้พิมพ์ว่า "อยากไปเชียงใหม่กับพ่อแม่วัย 70 อยากได้ที่พักเดินน้อย ใกล้ร้านอร่อย งบคืนละไม่เกิน 3,000 บาท ช่วยจัดทริปให้หน่อย"
บริบทแบบที่ 3 คือจุดแข็งขั้นสุด เพราะผู้ใช้เปิดเผยเป้าหมายและข้อจำกัดทั้งหมดไว้ในบทสนทนาเดียว ซึ่ง OpenAI เรียกช่วงเวลานี้ว่า Exploration & Decision Phase หรือช่วงที่ผู้ใช้กำลังค้นหา สำรวจ และพร้อมตัดสินใจซื้อทันที
ในมุมผู้ใช้งานเราจะเจออะไร และควบคุมอะไรได้บ้าง?
สำหรับคนใช้งานทั่วไป หลายคนอาจจะกังวลว่าโฆษณาจะเข้ามาขัดจังหวะการใช้งานหรือทำให้คำตอบของ AI เอนเอียงไปทางแบรนด์ที่จ่ายเงินหรือไม่ ซึ่งคำตอบเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน
โฆษณาจะอยู่ใต้คำตอบเท่านั้น มีองค์ประกอบครบถ้วนตั้งแต่ชื่อแบรนด์ โลโก้ หัวข้อ ข้อความ รูปภาพ และลิงก์ไปยังเว็บไซต์ โดยมีป้ายกำกับชัดเจนว่าเป็นเนื้อหาได้รับการสนับสนุน (Sponsored)
เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ คือ แบรนด์จ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่การ์ดโฆษณาใต้คำตอบได้ แต่ไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อให้ ChatGPT พูดเชียร์ หรือแนะนำแบรนด์ตัวเองในเนื้อหาคำตอบได้ AI จะยังตอบอย่างเป็นกลางตามข้อมูลจริงเสมอ
ใครจะเห็น หรือไม่เห็นโฆษณาบ้าง?
- กลุ่มที่เห็นโฆษณา คือ ผู้ใช้แพ็กเกจ Free และแพ็กเกจ Go
- กลุ่มที่ไม่เห็นโฆษณา คือ ผู้ใช้แพ็กเกจ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu
แต่ไม่แสดงโฆษณาแก่ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี และหัวข้ออ่อนไหว เช่น สุขภาพส่วนบุคคล สุขภาพจิต ประเด็นการเมือง รวมถึงโหมด Temporary Chat (แชตชั่วคราว) จะไม่มีโฆษณาขึ้นเด็ดขาด
แบรนด์เห็นข้อมูลส่วนตัวของเราไหม?
แบรนด์ไม่เห็นข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ของคุณเลย สิ่งที่แบรนด์เห็นมีเพียงตัวเลขสถิติภาพรวม เช่น ยอดคนเห็น (Impressions) และจำนวนคลิก (Clicks) เท่านั้น ประวัติการคุย ชื่อ อีเมล หรือตำแหน่งที่ตั้งแบบละเอียด จะไม่ถูกส่งต่อไปยังผู้ลงโฆษณา
หากไม่อยากเห็นโฆษณา หรืออยากตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ต้องทำอย่างไร?
ผู้ใช้สามารถกดเข้าไปที่ Settings > Ad Controls เพื่อเลือกตั้งค่าได้ตามใจชอบ เช่น
- ปิด Personalize Ads ระบบจะเลือกโฆษณาจากแค่บทสนทนา ณ ปัจจุบันเท่านั้น ไม่นำแชตเก่าหรือ Memory มาวิเคราะห์
- ลบ Ads Data สั่งลบประวัติโฆษณาออกจากเซิร์ฟเวอร์ได้ภายใน 30 วัน
- ทางเลือกสำหรับสายคลีนบนแพ็กเกจ Free นอกจากการอัปเกรดเป็น Plus/Pro แล้ว ในแพ็กเกจ Free คุณสามารถเลือกโหมด Ads-Free ได้ โดยเปลี่ยนเป็นการยอมรับข้อจำกัดเรื่องโควตาการส่งข้อความต่อวันแทน
ในมุมแบรนด์และนักการตลาด วิธีการเริ่มยิงแอดบน ChatGPT
สำหรับฝั่งธุรกิจ ChatGPT Ads ถือเป็นนวัตกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ที่มีโครงสร้างและวิธีคิดแตกต่างไปจากเดิม การใช้ Keyword แบบเดิมจะไม่มีอยู่อีกต่อไป เพราะ ChatGPT Ads ใช้ Context Hints
เนื่องจากพฤติกรรมบน ChatGPT คนพิมพ์เป็นประโยคยาวเหมือนคุยกับเพื่อน ChatGPT Ads จึงไม่ได้ใช้ระบบซื้อ Keyword เหมือน Google แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า Context Hints ซึ่งคือคำอธิบายสั้น ๆ ที่แบรนด์ระบุเพื่อบอก AI ว่า สินค้าของเราเกี่ยวข้องกับบทสนทนาแบบไหน เช่น
"คนเริ่มฝึกชงกาแฟดริปเองที่บ้าน"
"คนที่มองหาของขวัญปีใหม่ให้คนชอบกาแฟ"
เมื่อแบรนด์ใส่ Context Hints ด้าน AI จะไม่ได้เอาคำนี้ไปนั่งไล่เคาะดูทีละตัวอักษร แต่จะใช้เทคโนโลยี NLP (Natural Language Processing) เพื่อแปลงทั้งบทสนทนาและ Context Hints ให้กลายเป็นความหมายเชิงลึก ด้วยการนำ 3 ส่วนมาประมวลผลพร้อมกันในเสี้ยววินาที คือ
- บริบทและเจตนาในแชต คือ ผู้ใช้ต้องการอะไร (หาอุปกรณ์เริ่มต้นดริปกาแฟ), มีข้อจำกัดอะไร (งบ 3,000 บาท, ชงเองที่บ้าน)
- Context Hints ของแบรนด์ คือ แบรนด์นี้บอกว่าตัวเองเชี่ยวชาญเรื่องชุดอุปกรณ์ดริปกาแฟสำหรับมือใหม่
- เนื้อหาใน Landing Page คือ หน้าเว็บปลายทางของแบรนด์ขายชุดดริปกาแฟราคา 2,500 บาทจริงไหม
สรุปคือ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้พิมพ์คำว่า Context Hints ที่คุณตั้งไว้เลยสักคำเดียว แต่ถ้าความหมายและเป้าหมายของบทสนทนาตรงกัน โฆษณาของคุณก็มีสิทธิ์โผล่ขึ้นมาทันที
นอกจากหน้าจอ Ads Manager ทั่วไปแล้ว OpenAI ยังได้นำ AI มาช่วยนักการตลาด เช่น Ads Manager Plugin ที่เปิดให้ผู้ใช้สั่งงานตั้งค่าแคมเปญผ่านภาษาพูด หรือระบบ AI ช่วยปรับข้อความโฆษณาให้เข้ากับบริบทแชตของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Sponsored Agents (กำลังทดสอบในสหรัฐฯ) ที่เมื่อผู้ใช้คลิกโฆษณาแล้ว จะสามารถสลับไปพูดคุยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ AI Chatbot ของแบรนด์นั้น ๆ ได้โดยตรง เช่น การถามว่าโต๊ะในรูปโฆษณาจะวางพอดีกับพื้นที่ห้องหรือไม่
รูปแบบการคิดเงิน ChatGPT Ads
ChatGPT Ads มีระบบคิดเงิน 2 รูปแบบหลัก ผูกกับวัตถุประสงค์ของแคมเปญที่คุณเลือก ได้แก่
- CPM (Cost per Mille): คิดเงินตามการแสดงผลครบ 1,000 ครั้ง เหมาะกับการสร้าง Brand Awareness ให้คนเห็นมาก ๆ
- CPC (Cost per Click): คิดเงินเฉพาะตอนที่มีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการไดรฟ์คนเข้าเว็บไซต์หรือปิดการขาย
เจาะลึกระบบประมูล Relevance-weighted, Second-price Auction ทำไมทุ่มเงินหนาอย่างเดียวถึงไม่ช่วยให้ชนะ?
ถ้าคุณเคยยิงแอดบนแพลตฟอร์มอื่น คุณอาจคุ้นเคยกับกฎที่ว่า "ใครประมูลราคาสูงสุด คนนั้นได้พื้นที่โฆษณาไป" แต่สำหรับ ChatGPT Ads ทาง OpenAI ออกแบบระบบประมูลใหม่หมด โดยผสมผสานสองแนวคิดเข้าด้วยกัน คือ Relevance-weighted และ Second-price Auction เพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาขยะหรือแบรนด์ใหญ่ทุ่มเงินกว้านพื้นที่ จนทำลายประสบการณ์การคุยกับ AI ของผู้ใช้
1. Relevance-weighted ถ่วงน้ำหนักด้วยความเกี่ยวข้อง
ในการยิงแอดทั่วไป คนที่ทุ่มเงินใส่ราคาประมูลสูงสุดมักจะได้พื้นที่โฆษณาไป แต่บน ChatGPT ระบบจะไม่ได้ดูแค่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว AI จะนำความเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยคำนวณด้วย
ตัวอย่าง เช่น ถ้ามีแบรนด์ A ทุ่มเงินเสนอราคาประมูลไว้สูงมาก แต่เขียนโฆษณาไม่ตรงกับเรื่องที่ผู้ใช้กำลังคุยอยู่เลย ในขณะที่แบรนด์ B เสนอราคาประมูลต่ำกว่า แต่เขียนโฆษณาและตั้ง Context Hints ได้ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังปรึกษา AI อยู่แบบเป๊ะ ๆ
ผลลัพธ์คือ AI จะเลือกโฆษณาของแบรนด์ B ขึ้นมาแสดงผล เพราะระบบมองว่าโฆษณาของแบรนด์ B มีประโยชน์และตรงใจผู้ใช้มากกว่า ดังนั้นแบรนด์ที่ทำการบ้านเรื่องบริบทมาดี จึงมีโอกาสชนะโฆษณาได้แม้จะมีงบประมาณน้อยกว่าก็ตาม
2. Second-price Auction จ่ายจริงตามราคาของอันดับถัดไป
ปกติเวลาเราเสนอราคาประมูลสินค้า เช่น เราบอกว่ายอมจ่ายสูงสุด 10 บาทต่อคลิก เรามักจะกังวลว่าจะต้องเสียเงินเต็ม 10 บาทนั้นจริง ๆ แต่ระบบ Second-price จะช่วยคุ้มครองต้นทุนของผู้ลงโฆษณาไว้
ยกตัวอย่างเช่น
แบรนด์ของคุณเสนอราคาประมูลสูงสุดไว้ที่ 10 บาทต่อคลิก
แบรนด์คู่แข่งอันดับสองเสนอราคาประมูลไว้ที่ 6 บาทต่อคลิก
เมื่อโฆษณาของคุณชนะการประมูล ระบบจะไม่ตัดเงินคุณที่ 10 บาท แต่จะคิดเงินคุณแค่เท่าที่จำเป็นในการเอาชนะคู่แข่งอันดับสองเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้อาจจะจ่ายจริงแค่อีกประมาณ 6.01 บาทเท่านั้นเอง
ระบบการประมูลแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ฝั่งผู้ใช้งานจะได้เห็นโฆษณาที่ตรงกับเรื่องที่กำลังคุยอยู่จริง ๆ ส่วนฝั่งธุรกิจที่เขียนโฆษณาได้ดีและเลือก Context Hints ได้แม่นยำ ก็จะได้พื้นที่โฆษณาในราคาที่คุ้มค่า โดยไม่ต้องกังวลว่าจะโดนแบรนด์ใหญ่ทุ่มเงินทับ หรือต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็น
การมาถึงของ ChatGPT Ads ไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทางยิงแอดใหม่อีกหนึ่งช่องทาง แต่คือ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค Conversational Marketing อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับผู้ใช้งาน นี่คือฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยแนะนำทางเลือกในจังหวะที่เรากำลังต้องการความช่วยเหลือพอดี โดยยังคงความเป็นส่วนตัวและไม่กระทบกับความเที่ยงตรงของคำตอบ AI
ส่วนฝั่งธุรกิจ นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ในการเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจของผู้บริโภค ใครที่เข้าใจวิธีคิดแบบบทสนทนาและปรับตัวได้เร็วกว่า ก็มีโอกาสสร้างความได้เปรียบในนวัตกรรมการตลาดรอบนี้ได้อย่างแน่นอน
สำหรับธุรกิจที่สนใจลงโฆษณา สามารถไปได้ที่: https://help.openai.com/articles/20001224