CHAYO ครึ่งปีแรกกำไรโต 15% ชู Cash Collection เพิ่ม 14% ลุย AI ยกระดับบริหารหนี้

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่าสำหรับปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้าตามเป้าหมาย ตั้งเป้ากำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของบริษัทแม่ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องปีละ 20% โดยมุ่งเน้นการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย ใช้เทคโนโลยี และ AI มาช่วยในการบริหารเพื่อเพิ่มการจัดเก็บ เพราะจะส่งผลให้บริษัทสามารถจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน
“เชื่อมั่นว่าปี 2569 เป็นปีของการฟื้นตัวที่มั่นคงของบริษัท และสามารถสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้เน้นบริหารต้นทุนการเงินให้มีประสิทธิภาพ และปัจจุบันสถานะทางการเงินยังมีความแข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุนที่มีดอกเบี้ย (D/E) อยู่ที่ 0.97 เท่า โดยพร้อมหาจังหวะเข้าซื้อพอร์ตบริหารหนี้เสีย (NPL) ใหม่เข้ามาเพิ่มเติม และยังคงยึดหลักระดับราคาที่มีความเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขภายใต้การบริหารประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยดำเนินการจัดเก็บและสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง” นายสุขสันต์ กล่าว
นายสุขสันต์ กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 201.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินสดจากการติดตามหนี้ที่เพิ่มขึ้น ECL ที่ลดลง และการบริหารต้นทุนและพอร์ตสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านการจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญ โดยงวด 6 เดือนแรก CHAYO มีกระแสเงินสดรับจากการติดตามหนี้รวม 465.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะเงินสดรับจากกรมบังคับคดีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความสามารถในการเปลี่ยนพอร์ตสินทรัพย์ที่บริหารอยู่ให้กลับมาเป็นกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 317.04 ล้านบาท ลดลง 25.75% จาก 427.00 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังบริษัทปรับประมาณการกระแสเงินสดของพอร์ตหนี้ไม่มีหลักประกัน โดยเฉพาะพอร์ตเช่าซื้อ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 นอกจากนี้ ต้นทุนการให้บริการและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพลดลง 26.96% จากค่าใช้จ่ายงานคดีที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้บางส่วน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนของบริษัท
ทั้งนี้ รายได้รวมงวด 6 เดือนแรกของบริษัทอยู่ที่ 923.65 ล้านบาท ลดลง 15.13% จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงภายหลังการปรับประมาณการกระแสเงินสดของพอร์ตหนี้ และการชะลอการปล่อยสินเชื่อ ส่วนกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 227.17 ล้านบาท ลดลง 4.33% โดยได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนทรัพย์สินรอการขายในระหว่างงวด อย่างไรก็ตาม กำไรในส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ยังสามารถเติบโตได้ในระดับสองหลัก สะท้อนพัฒนาการของผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น สำหรับธุรกิจอื่นในกลุ่มยังมีพัฒนาการต่อเนื่อง
ด้านผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 98.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 104.70 ล้านบาท และรายได้รวม 453.49 ล้านบาท โดยอีกสัญญาณบวกสำคัญคือ ECL ในไตรมาสนี้ลดลง 25.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 160.38 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันจากการตั้งสำรองที่ลดลงหลังบริษัทได้ปรับประมาณการพอร์ตครั้งสำคัญไปแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
Back to top button