“ฟินันเซียฯ” เชียร์ซื้อ CHG เป้า 2.02 บาท ลุ้นกำไร Q3 ฟื้น รับไฮซีซั่น-ผู้ป่วยไทยเพิ่ม

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 229 ล้านบาท โดยหากไม่รวมกำไรพิเศษ 20 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 209 ล้านบาท ลดลง 16% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของบริษัทหลักทรัพย์ฯ และตลาดประมาณ 7% สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ต่ำกว่าคาด จากรายได้กลุ่มผู้ป่วยเงินสดที่อ่อนตัวลง และค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคม (SSO) ยังคงเติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความซับซ้อนของการรักษาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการกลับรายการรายได้ปรับความเสี่ยงโรคเรื้อรังที่ลดลง ขณะที่รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยเงินสดลดลง 3% จากปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) 9% ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ที่ลดลง 14% ได้
สำหรับรายได้ OPD ได้รับแรงหนุนจากรายได้ต่อครั้งที่เพิ่มขึ้น และความต้องการรักษาที่สูงขึ้นในศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะศูนย์หัวใจ ขณะที่รายได้ IPD ปรับตัวลดลงจากจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ชะลอตัว จำนวนเคสผ่าตัดกระเพาะอาหารที่ลดลง และจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลง ส่งผลให้ GPM ต่ำกว่าที่คาด แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับกำไรปกติในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโต 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 45% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี จึงคาดว่ากำไรของ CHG จะฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 จากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ตามฤดูกาล และจำนวนผู้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน
แนวโน้มรายได้มีโอกาสกลับมาสมดุลมากขึ้นจากปริมาณผู้ป่วยที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่รายได้ต่อผู้ป่วยยังได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ คาดว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจากตะวันออกกลางและเมียนมา จะทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
โดยยังคงประมาณการการเติบโตของกำไรปกติ CHG ในปี 2569-2571 ที่ 7-9% ต่อปี โดยยังมีโอกาสเกิด Upside จากการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวของสำนักงานประกันสังคม (SSO) ในช่วงไตรมาส 4/2569
ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CHG และราคาเป้าหมายที่ 2.02 บาท อิงวิธี DCF โดยมองว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ต่ำกว่าคาดเป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ทั้งการมุ่งเน้นการรักษาโรคซับซ้อน การขยายบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงโครงการลงทุนใหม่ ได้แก่ การขยายโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 และโรงพยาบาลแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง
ปัจจุบันราคาหุ้น CHG ซื้อขายที่ระดับประมาณ 17 เท่าของ P/E ปี 2569 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลในประเทศที่ประมาณ 18 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 5% ทำให้มองว่ายังคงมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว
Back to top button