ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69

ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group     ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective” ออกเดินทางสำรวจโลก ถอดรหัสปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ผ่าน 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้น ในงานนวัตกรรมวิทย์              พลิกโลก ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “EGCO Base : Expedition Beyond El Niño สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” โดยนำปรากฏการณ์เอลนีโญมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพื่อชวนให้ทุกคนมาสำรวจความเชื่อมโยงของมหาสมุทร ภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกใบเดียวกัน มาร่วมเดินทางสำรวจและเป็นนักสืบถอดรหัสเอลนีโญในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ตั้งแต่วันนี้ - 10 กันยายน 2569 โดย 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้นนี้ยังจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2570 (9 มกราคม 2570) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายราเชนทร์ บุณยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรมฯ ว่า “EGCO Group และบริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทพลังงานไทยชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยยึดมั่นในบทบาทของการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เราเชื่อว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” ดังนั้น การสนับสนุนการศึกษา    การเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน จึงเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม “ความรู้จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น” สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร ผมเชื่อว่า “ทุกการค้นพบ คือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ” และพลังของวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตได้ดีขึ้น”

สัปดาห์วิทยาศาสตร์ หรือ นวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษของศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยในปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด EGCO Base : Expedition Beyond El Niño สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ ผ่านการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและผ่านการทดลองทำภารกิจในฐานต่าง ๆ (Mission-based Learning)

นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม EGCO Group กล่าวว่า “โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อนมากขึ้น การทำความเข้าใจเอลนีโญ            จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่คือการเข้าใจว่าทุกระบบบนโลกเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้เราสามารถคาดการณ์ วางแผนรับมือ และเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่าง             มีประสิทธิภาพ ประเด็นสำคัญที่สุดที่กิจกรรมนี้ต้องการส่งต่อก็คือ “ทางรอดของมนุษย์ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ           แต่คือการเข้าใจธรรมชาติ และปรับตัวให้สอดคล้องกับจังหวะของโลก”

เยาวชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับบทบาทเป็น Climate Explorer and Detective ออกเดินทางผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบ Mission-based Learning เพื่อสำรวจและรับฟังสัญญาณของโลก ค้นหาความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ต่าง ๆ และร่วมค้นพบคำตอบด้วยตนเอง ผ่านภาพยนตร์ Sci-fi Cinematic แบบ Dual Screen และสัมผัสประสบการณ์แบบ Immersive ผ่านนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์ ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานในปีนี้ ครอบคลุม 4 โซนนิทรรศการ 6 ฐานกิจกรรมย่อย ดังนี้

โซนที่ 1 : Living Planet

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เรียนรู้ความสมบูรณ์ของโลกและระบบนิเวศ ผ่านตัวอย่างพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสำคัญ ต่อโลก เช่น ป่าฝนอเมซอน ซึ่งมีบทบาทในการดูดซับคาร์บอนและรักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศ ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้ผลกระทบของเอลนีโญ

 โซนที่ 2 : Something is Wrong

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกเรียกเข้าสู่ฐานบัญชาการ EGCO Base เพื่อรับทราบสถานการณ์ ก่อนเริ่มภารกิจจริง รับชมภาพยนตร์การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก คือจุดเริ่มต้นของปรากฎการณ์เอลนีโญ               ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิอากาศทั่วโลก

 โซนที่ 3 : The Broken World

ผู้เข้าชมเดินทางสำรวจผลกระทบของเอลนีโญ ผ่าน 4 พื้นที่ตัวแทนจากทั่วโลก ได้แก่

The Desert ภัยแล้งและความแห้งแล้งที่รุนแรง Ocean Crisis วิกฤตปะการังฟอกขาวและระบบนิเวศทางทะเล Changing Community ผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งและวิถีชีวิตของผู้คน และ Antarctica การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งขั้วโลกและผลกระทบต่อระบบภูมิอากาศโลก

โซนที่ 4 : EGCO Expeditors War Room

เรียนรู้การทำงานของนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผ่านกิจกรรม Ocean Observation, Forecast AI และ Community Planning เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้คาดการณ์และวางแผนรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างไร และสรุปองค์ความรู้จากทุกภารกิจ พร้อมชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมแชร์ไอเดียและค้นหาแนวทางในการดูแลโลก ตั้งรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ        เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ความรู้สึกของเยาวชนที่ได้มาร่วมชมนิทรรศการและปฏิบัติภารกิจ “นักสืบเอลนีโญ” ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569

 เด็กหญิงวรพรรณี ถิรวุธ (ซุ่นลี่) ป.6 โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา กล่าวว่า “วันนี้หลังจากที่ได้มาเดินชมงานชอบโซน Antarctica มากที่สุดค่ะ เพราะได้เรียนรู้เรื่องภูเขาน้ำแข็ง วิธีการศึกษาอายุของน้ำแข็ง และได้เห็นสแตนดี้เพนกวินเท่าตัวจริงด้วยค่ะ หนูเคยเรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญในวิชาวิทยาศาสตร์มาบ้างแล้ว ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมหาสมุทรและส่งผลกระทบต่อโลก แต่การที่ได้มาชมนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้หนูเห็นอะไรมากขึ้นนอกจากที่เรียนในห้องเรียนค่ะ”

ในขณะที่ เด็กชาย ปิยพงศ์ ล่ำสุข (ตะวัน) ป.5 โรงเรียนวัดคีรีวง กล่าวเสริมว่า “ผมชอบโซนป่าอเมซอนมากที่สุดเพราะได้เล่นเกมและแข่งกันค้นหาภาพสัตว์กับเพื่อนครับ ผมเห็บกบหลากสีอยู่ตรงต้นไม้ รองลงมาก็ชอบโซนทะเลทราย ที่โรงเรียนมีสอนเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญบ้างครับ แต่พอได้มาเห็นนิทรรศการจำลอง ทำให้เข้าใจมากขึ้น สำหรับไอเดียในการดูแลโลกในอนาคต ผมจะปลูกต้นไม้ครับ เพราะว่าต้นไม้จะช่วยลดโลกร้อน และผมก็ชอบปลูกต้นไม้ด้วยครับ แล้วก็จะไม่ตัดไม้ทำลายป่า และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครับ”

เยาวชนและประชาชนจากทั่วประเทศที่สนใจสามารถร่วมเป็นนักสืบเอลนีโญได้ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569 ที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้เยี่ยมชมทุกวันอังคาร-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. (หยุดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ https://varpevent.com/museum/khanom/ โทร. 098 014 2249 และ 075 466 062 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/KhanomLearningCenter