CLSA แนะ "Outperform" PTTGC เป้า 43 บาท คาด Q2 พลิกกำไร 1.07 หมื่นล้าน

บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CLSA ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 ว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ประมาณ 10,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.38 บาท เพิ่มขึ้น 231% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 3,600 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงกลั่น อะโรเมติกส์ โอเลฟินส์ และโพลิเมอร์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์และปิโตรเคมี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอัตราการเดินเครื่องและราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
สำหรับธุรกิจโรงกลั่น คาดว่าอัตราการเดินเครื่องจะลดลงเหลือ 96% จาก 103% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากมาตรการจำกัดการส่งออกของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่น หรือ GRM คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ประมาณ 16.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับ 16.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นยังได้รับแรงกดดันจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น และการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นตามมาตรการของภาครัฐในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม ขณะที่บริษัทอาจบันทึกผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันประมาณ 350 ล้านบาท และผลขาดทุนจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงประมาณ 450 ล้านบาท
ด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ คาดว่าอัตราการเดินเครื่องจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 87% ในไตรมาสก่อน หลังราคาผลิตภัณฑ์ Condensate Residue หรือ CR เพิ่มขึ้นประมาณ 120 ดอลลาร์ต่อตันจากไตรมาสก่อน
ขณะที่อัตราการเดินเครื่องของธุรกิจโอเลฟินส์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 79% และธุรกิจโพลิเมอร์เพิ่มขึ้นเป็น 100% จาก 98% ตามราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีน หรือ PE ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนธุรกิจ Allnex คาดว่าปริมาณการขายจะทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA มีแนวโน้มดีขึ้นตามราคาขายที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม PTTGC อาจบันทึกค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ในธุรกิจ Polyol ประมาณ 1,800 ล้านบาทในไตรมาสดังกล่าว
สำหรับสถานะการป้องกันความเสี่ยงในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทมีปริมาณสัญญาป้องกันความเสี่ยงคงค้างประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดีเซล และประมาณ 20% ของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์
CLSA ระบุว่า สัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันดีเซลส่วนใหญ่จัดทำก่อนเกิดสงคราม โดยอ้างอิงส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ สิ้นไตรมาส 1 และประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ สิ้นไตรมาส 2
หากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลยังอยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจนถึงสิ้นไตรมาส 3/2569 อาจทำให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงประมาณ 1,000 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 CLSA มีมุมมองผสม โดยค่าการกลั่นยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งจากส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์มีทิศทางดีขึ้นจากส่วนต่างราคาพาราไซลีนและเบนซีนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาผลิตภัณฑ์และส่วนต่างกำไรของกลุ่มโอเลฟินส์และโพลิเมอร์ปรับตัวอ่อนลงอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส 2 จึงอาจจำกัดการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
ทั้งนี้ CLSA คงคำแนะนำ “Outperform” หุ้น PTTGC พร้อมราคาเป้าหมาย 43 บาท อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีปี 2569 ที่ 0.64 เท่า และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรประมาณ 10 เท่า โดยบริษัทมีกำหนดประกาศผลประกอบการวันที่ 7 สิงหาคม 2569