CPF ผนึกห่วงโซ่อุปทานเติบโตยั่งยืน.!

บนโลกที่ความผันผวนและความไม่แน่นอน กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ การเติบโตอย่างยั่งยืนอาจไม่ใช่เรื่องของการที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะ “แข็งแกร่งที่สุด” แต่คือการทำให้ทุกคนในห่วงโซ่คุณค่าแข็งแรงไปพร้อมกัน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs คู่ค้า จนถึงผู้บริโภคและสังคม เพราะเมื่อคนตัวเล็กสามารถเติบโตได้ ธุรกิจที่อยู่รอบตัวก็เติบโตได้เช่นกันและเมื่อทั้งระบบเดินหน้าไปด้วยกัน ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายขององค์กร แต่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ตอกย้ำวิสัยทัศน์ ด้วยการเข้าร่วมงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิดหลัก “Grow Together, Nourish the Future : อนาคตที่ไม่มีใครหิว อาจเริ่มจากการทำให้ ‘คนตัวเล็ก’ ได้เติบโต” ณ True Digital Park มหกรรมความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน
ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Sustain the Chain, Share the Gain: ต่อยอดทศวรรษแห่งการลงมือทำ เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับ “ความไม่แน่นอน” ทั้งจากกระแสโลกาภิวัตน์เปลี่ยนทิศทาง การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบทางการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรโดยตรง
“โลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความแข็งแกร่งขององค์กรเพียงลำพังไม่ใช่คำตอบของความยั่งยืนที่แท้จริง ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการมุ่งเน้นเพียงการปรับปรุงองค์กรภายใน มาเป็นการสร้างความยืดหยุ่น ให้แก่ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งในห่วงโซ่ของซีพีเอฟมีคู่ค้าและเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกว่า 1 ล้านชีวิต หากคนตัวเล็กเหล่านี้อยู่ไม่ได้ ธุรกิจใหญ่ก็ไม่มีทางรอดอย่างยั่งยืน”
โดย CPF สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ผ่านผลงานที่เป็นรูปธรรม อาทิ โครงการ “Partner to Grow เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน” โดยร่วมกับพันธมิตรทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” เพื่อพัฒนาศักยภาพคู่ค้า SMEs ไทยผ่าน 5 เสาหลัก ได้แก่ คุณภาพ, ประสิทธิภาพด้านต้นทุน, การบริการและความเชื่อมั่น, นวัตกรรม และความยั่งยืน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน บรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมรับมือกฎระเบียบด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มงวดขึ้น
ในฐานะ CPF ไทยรายแรกของโลกในกลุ่มธุรกิจอาหาร ที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกจาก SBTi ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน รวมถึงภาคฟาร์มปศุสัตว์ซึ่งถือเป็นส่วนที่ทำยากสุด โดยปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนถึง 35% ของการดำเนินงานทั้งหมดในไทย และตั้งเป้าเป็นต้นแบบการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ให้แก่คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
“หัวใจของ Sustain the Chain, Share the Gain คือการเติบโตแบบ Inclusive ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อเราแชร์ความรู้ แชร์เทคโนโลยี และแชร์โอกาส เราจะสามารถสร้าง Ecosystem ที่มั่นคงและพร้อมรับทุกแรงกระแทกจากวิกฤตโลก เพื่อสร้างอนาคตที่ไม่มีใครต้องหิวโหยอย่างแท้จริง”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือจัดแสดงนิทรรศการโซน SDGs Journey ภายใต้แนวคิด “Grow Together, Nourish the Future: อนาคตที่ไม่มีใครหิว อาจเริ่มจากการทำให้ ‘คนตัวเล็ก’ ได้เติบโต” ด้วยการเสนอ 2 เส้นทางสำคัญ..
-From Farm to Fork: การส่งต่อโอกาสให้เกษตรกรและคู่ค้ากว่า 60,000 รายทั่วประเทศ ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี การจัดหาวัตถุดิบยั่งยืนอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า 100% ร่วมกับเกษตรกรกว่า 50,000 ราย รวมถึงผลสำเร็จจากโครงการ SMEx ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 485,210 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
From Food to Future: การถ่ายทอดความสำเร็จของ ‘โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน’ ที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทมากว่า 30 ปี ปัจจุบันสนับสนุนโรงเรียนแล้ว 988 แห่ง ส่งต่อไข่ไก่คุณภาพกว่า 27 ล้านฟองต่อปี ให้แก่นักเรียนกว่า 223,000 คน และครูบุคลากรกว่า 16,500 คน
การร่วมงาน GCNT Expo 2026 ของ CPF ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ที่ดึงทุกภาคส่วนร่วมเปลี่ยนความผันผวนของโลกให้เป็นพลังการเติบโตอย่างยั่งยืน..