สวทช.-สพฉ.-สวรส. เปิดตัว "Digital EMS" ชูมาตรฐานรถพยาบาล ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉินไทยสู่สากล

(วันที่ 31 สิงหาคม 2569) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และตัวแทนผู้ผลิตรถพยาบาลจัดงานจัดกิจกรรมนักวิจัยพบสื่อมวลชน "NSTDA x Press Interviews" เผยโฉมนวัตกรรมพลิกวงการสาธารณสุขไทยภายใต้แนวคิด "เชื่อมต่อทุกวินาทีชีวิต: ผสานนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินไทย" ขับเคลื่อน Digital EMS และระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ NDEMS (National Digital Emergency Medical Service Platform: NDEMS) พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถพยาบาลไทยสู่ระดับสากล ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

ดร.กัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงบทบาท สวทช. กับการขับเคลื่อน Digital EMS: จากงานวิจัยสู่การยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย ว่า สวทช. มุ่งมั่นนำศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยี มาบูรณาการร่วมกับ สพฉ. และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อน Digital EMS จากงานวิจัยสู่การยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งนี้ ทีมวิจัย สวทช. ได้ผสานพลังองค์ความรู้ทั้งด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลและวิศวกรรมความปลอดภัย เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของประเทศมีความเข้มแข็ง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ และที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนในยามวิกฤต
ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ในยุคที่ทุกวินาทีมีความหมายต่อชีวิตของผู้ป่วยวิกฤต การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและงานวิจัยวิศวกรรมเข้ากับการปฏิบัติงานแพทย์ฉุกเฉินถือเป็นหัวใจสำคัญ สวทช. ในฐานะหน่วยงานวิจัยและพัฒนาแถวหน้าของประเทศ ได้ร่วมมือกับ สพฉ. และ สวรส. ในการขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล (Digital EMS) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศให้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ สพฉ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก สวทช. ทั้งระบบ Digital EMS และแพลตฟอร์ม NDEMS มายกระดับการปฏิบัติงานจริง ภายใต้ key message สำคัญคือ 'เชื่อมต่อทุกวินาทีชีวิต: ผสานนวัตกรรม ยกระดับมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินไทย' เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยปฏิบัติการและโรงพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อแบบเรียลไทม์ ทำให้การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์
ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาความเป็นธรรมด้านสุขภาพ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า สวรส. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยมีความยินดีและภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างรถพยาบาลปลอดภัยและการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ การนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง Research Utilization (RU) ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าองค์ความรู้จากงานวิจัยสามารถต่อยอดเป็นนโยบายสาธารณะและมาตรฐานระดับประเทศ ที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยวิกฤตและบุคลากรทางการแพทย์หน้างานได้อย่างยั่งยืน
เจาะลึก 2 นวัตกรรมหลัก: แพลตฟอร์ม NDEMS และมาตรฐานรถพยาบาลใหม่
ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สวทช. กล่าวถึงภารกิจพัฒนา NDEMS: สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่า ตลอดระยะเวลากว่าเกือบ 1 ทศวรรษ สวทช. และ สพฉ. ได้งานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 'ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ' NDEMS ได้ถูกพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลหลักของประเทศ ระบบนี้โดดเด่นด้วยความสามารถในการระบุตำแหน่งจุดเกิดเหตุแม่นยำผ่านหลากหลายเทคโนโลยี, การให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยผ่าน Video Call แบบเรียลไทม์ ขณะรอรถพยาบาล การส่งต่อข้อมูลสัญญาณชีพอัตโนมัติจากรถพยาบาล, ตลอดจนการสนับสนุนการเบิกจ่ายแบบไร้เอกสาร (Paperless) และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Big Data เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. (MTEC) กล่าวถึงการพลิกโฉมมาตรฐานรถพยาบาลไทย: จากความร่วมมือ สู่ระบบบริการสุขภาพและการใช้งานจริง ว่า เอ็มเทค สวทช. ได้นำนวัตกรรมวิศวกรรมความปลอดภัยและการจำลองการทดสอบเชิงทำลายด้วยเทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่า "Crashworthiness simulation" มายกระดับความแข็งแรงของโครงสร้างรถพยาบาลร่วมกับตัวแทนผู้ผลิตรถพยาบาลในประเทศหลายรายและได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยต่อเนื่องจาก สวรส. จนเกิดเป็น 'มาตรฐานรถพยาบาลฉุกเฉินระดับประเทศ' ที่เปลี่ยนรถดัดแปลงทั่วไปให้กลายเป็นห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่ที่มีความคุ้มกันปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล ทั้งการยึดเหนี่ยวอุปกรณ์ในห้องโดยสารและการกระจายแรงกระแทกของโครงสร้างภายนอก ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก สพฉ. ที่จะนำแนวทางในการผลิตไปประกาศใช้จริงเพื่อให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศผลิตได้จริงในต้นทุนที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์ ลดการนำเข้าและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ