ดีพร้อมโชว์ความสำเร็จ “DIPROM RISE” ยกระดับงานแสดงสินค้าสู่ Experience Platform ใจกลางเมือง เชื่อม 27 แบรนด์ไทยกับ Retail & Business Partners สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3.8 ล้านบาท [PR] - Brand Buffet

แชร์ :

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ DIPROM เผยผลสำเร็จการจัดงาน “DIPROM RISE : Discover Potential. Rising Together – ค้นพบศักยภาพ สร้างโอกาส ก้าวไปด้วยกัน” ณ Star Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ตอกย้ำแนวทางการยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการ “พัฒนาสินค้า” ไปสู่การ “เชื่อมตลาด” ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Retail และ Business Partners ที่มีศักยภาพ พร้อมปรับรูปแบบงานแสดงสินค้าไทยให้เป็นมากกว่าพื้นที่ซื้อขาย แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์และค้นพบแบรนด์ไทยแห่งใหม่สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ นักท่องเที่ยว และกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ

ทั้งนี้ งาน DIPROM RISE ได้นำผลงานของ ผู้ประกอบการ 27 ราย ที่ผ่านการบ่มเพาะและส่งเสริมจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคของดีพร้อม มาต่อยอดด้วยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางธุรกิจ สามารถสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.8 ล้านบาท และเกิดการเจรจาธุรกิจรวม 52 คู่ สะท้อนการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากภูมิภาคได้ก้าวออกจากตลาดเดิมและเข้าถึงตลาดศักยภาพโดยตรง ภายใต้นโยบาย DIPROM FLEXi ประจำปี 2569

นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “การจัดงาน DIPROM RISE ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แต่คือหลักฐานความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเราได้เห็นการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมของผู้ประกอบการที่ได้รับการยกระดับ ทั้งในมิติของการนำเทคโนโลยี การสร้างสรรค์นวัตกรรม อัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการขยายตลาดสู่ระดับสากล ซึ่งดีพร้อมพร้อมจะยืนหยัดเพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทย ‘RISE’ หรือเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

จาก “งานขายสินค้า” สู่ Experience Platform ปักหมุดใจกลางสยาม เจอกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

ภายในงานมีผู้ประกอบการจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ทั้ง งานคราฟต์ แฟชั่น อาหารท้องถิ่น โกโก้ กาแฟ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดย DIPROM มุ่งยกระดับรูปแบบการนำเสนอจากการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า สู่การสร้าง Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลอง สัมผัส และมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์โดยตรง

การเลือกศูนย์การค้าใจกลางเมืองเป็นพื้นที่จัดงาน จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ Location แต่เป็นการนำแบรนด์ไทยไปอยู่ในพื้นที่ที่สามารถพบกับกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ทั้งคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และทดสอบว่า ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สามารถสร้างความสนใจและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในตลาดศักยภาพได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีกิจกรรมที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการมองหาโอกาสและศักยภาพของผู้ประกอบการ ทำให้ DIPROM RISE ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “Showcase” แต่เป็นพื้นที่ที่แบรนด์ไทยได้พบกับ Retail และ Business Partners ที่สามารถนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจได้จริง

เมื่อผู้ประกอบการได้เจอ “คนซื้อ” และ “คนตลาด” โดยตรง

ไฮไลต์สำคัญของงาน DIPROM RISE คือการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจโดยตรง ผ่านกิจกรรม Business Matching และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้รับเพียงพื้นที่ในการนำเสนอสินค้า แต่ยังได้เห็นมุมมองของตลาดจากผู้ที่ทำงานอยู่ในภาคธุรกิจจริง

ข้อมูลและคำแนะนำที่ได้รับสามารถนำไปใช้ต่อยอดทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การนำเสนอ และแนวทางการทำตลาด เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้พันธมิตรจากภาคธุรกิจได้ค้นพบแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพและพิจารณาความเป็นไปได้ในการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต

DIPROM RISE กับโจทย์ใหม่ของการ “ปั้นแบรนด์ไทย”

ผลสำเร็จของ DIPROM RISE จึงไม่ได้สะท้อนเพียง มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.8 ล้านบาท และการเจรจาธุรกิจ 52 คู่ แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนวิธีคิดในการสนับสนุนผู้ประกอบการ จากการนำสินค้าออกมา “ขาย” ไปสู่การสร้างพื้นที่ให้แบรนด์ได้ ทดลองตลาด สร้างประสบการณ์ พบผู้บริโภค และเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจ

จากความร่วมมือดังกล่าว DIPROM สามารถนำเสียงสะท้อนจากตลาดและมุมมองจากพันธมิตรกลับไปใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไทยไม่เพียงมีคุณภาพและอัตลักษณ์ แต่สามารถแข่งขันในตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น และมีโอกาสก้าวไปสู่ตลาดระดับสากล

“ผลสำเร็จของ DIPROM RISE จึงไม่ได้สะท้อนเพียงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในงาน แต่ยังสะท้อนถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการกับตลาดและภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญให้ DIPROM เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายดุสิตกล่าวทิ้งท้าย

Add LINE Official Account

แชร์ :