“ทรีนีตี้” โชว์เครื่องมือสุดล้ำ DR Terminal เจาะลึกหุ้นนอกแบบ One Stop Service

นายเดชธนา ฟางสะอาด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) มีทางเลือกให้นักลงทุนมากกว่า 500 หลักทรัพย์ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหุ้นในกระดานหลักของตลาดหุ้นไทย โดยอ้างอิงกับสินทรัพย์และบริษัทคุณภาพระดับโลก การซื้อขาย DR ในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนการเข้าไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา นักลงทุนไทยมักเผชิญปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นต่างประเทศ เช่น ข้อมูลธุรกิจของ SpaceX หรือผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ TNITY จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “DR Terminal” ขึ้นมาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งความโดดเด่นของเครื่องมือนี้
โดยล่าสุด TNITY ได้อัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้ DR Terminal เป็น One Stop Service ที่รวบรวมทั้งข้อมูลปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคไว้ในที่เดียว โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากแหล่งชั้นนำระดับโลก ทั้ง TradingView, Bloomberg และ Investing ให้นักลงทุนสามารถใช้งานแบบเรียลไทม์ เพียงล็อกอินผ่านอีเมล โดยแบ่งรูปแบบการใช้งานตามความเชี่ยวชาญเป็น 2 ระดับ ได้แก่ โหมด Basic สำหรับมือใหม่ และ โหมด Advance สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญแล้ว
ส่วนของโหมด Basic ระบบจะรวบรวมข้อมูลสำคัญของหุ้นอ้างอิง (Underlying) อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ลักษณะธุรกิจ ทิศทางผลประกอบการล่วงหน้าไปจนถึงปี 2569-2570 ซึ่งดึงข้อมูลมุมมองเฉลี่ย (Consensus) จากนักวิเคราะห์ทั่วโลกมาให้รายย่อยไทยได้ใช้ฟรี ไปจนถึงการประเมินมูลค่า (Valuation) อัปไซด์ อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและหนี้สิน พร้อมมีระบบสรุปความน่าสนใจของหุ้น และรวบรวมข่าวสารจากทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์นั้นๆ อย่างทันท่วงที
ขณะที่โหมด Advance จะมีฟังก์ชัน Valuation Screener ให้นักลงทุนสามารถคัดกรองหุ้นตามเงื่อนไขเจาะลึกได้ เช่น หาหุ้นที่มีอัปไซด์มากกว่า 10% เลือกลงทุนเฉพาะในตลาดหุ้นนิวยอร์ก หรือหาหุ้นที่จ่ายปันผล ซึ่งเครื่องมือนี้จะสะท้อนภาพชัดเจนว่าเหตุใดกระแสเงินทุน (Fund Flow) จึงไหลเข้ากลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง เพราะหุ้นเหล่านี้ยังมีอัปไซด์สูงและราคาถูกเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีฟังก์ชันเปรียบเทียบ DR ของแต่ละผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อตรวจสอบส่วนพรีเมียม ดิสเคาน์ และสภาพคล่อง โดยแนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนกับผู้ออก DR ที่เป็นสถาบันการเงินหรือธนาคารขนาดใหญ่ เช่น ผู้ออกหมายเลข 80, 01, SCB หรือ BBL เนื่องจากมีสายป่านยาวและบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงกรณีที่ผู้ออกหลักทรัพย์รายเล็กอาจยกเลิกการทำตลาดในอนาคต
ด้านเครื่องมือจับจังหวะการลงทุน (Timing) ได้มีการเพิ่มฟังก์ชัน “Trinity Underlying Scanner” ที่สแกนข้อมูลทางเทคนิคจากหุ้นอ้างอิงโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาราคา DR แกว่งตัวผิดเพี้ยนจากเวลาเปิดปิดตลาดที่ไม่ตรงกัน โดยสามารถคัดกรองหุ้นเด่นประจำวันจากปริมาณการซื้อขาย หรือเช็กคะแนนความแข็งแกร่งของราคา (Score) เพื่อค้นหาหุ้นชั้นนำระดับโลกที่กำลังมีกระแส เช่น หุ้น Google ที่เพิ่งจับมือกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงหุ้นเติบโตสูงอย่าง Meta, AMD และ Marvel ซึ่งฟังก์ชันทั้งหมดนี้พร้อมเปิดให้นักลงทุนได้ทดลองใช้งานจริงแล้ว
Back to top button