สุดกวน! DuckDuckGo เปิดตัวแว่นกันแดดไร้ AI ไม่มีไมค์ ไม่มีกล้อง ราคาแค่ราว 1,150 บาท
เรียกว่าสวนเอากระแสกันไปเลย กับ DuckDuckGo ที่ได้ไปจับมือแบรนด์แว่นกันแดด Knockaround เปิดตัวแว่นกันแดดรุ่น Paso Robles ที่ไม่มีทั้งกล้อง ไมโครโฟน หรือฟีเจอร์ AI ใดๆ โดยตั้งใจเสียดสีกระแสแว่นอัจฉริยะที่กำลังได้รับความนิยม พร้อมชูจุดขายด้านความเป็นส่วนตัว ในราคาเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,150 บาท
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด Smart Glasses เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแว่นจาก Meta, Google หรือผู้ผลิตรายอื่นที่มาพร้อมกล้อง ไมโครโฟน และระบบ AI สามารถถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ หรือสั่งงานด้วยเสียงได้ทันที ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของทั้งผู้สวมใส่และบุคคลรอบข้าง
DuckDuckGo ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจินที่เน้นการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล จึงเลือกตอบโต้กระแสดังกล่าวด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือการเปิดตัวแว่นกันแดดที่ “ไม่มีเทคโนโลยีอัจฉริยะใดๆ” เลย
แว่นรุ่นนี้พัฒนาร่วมกับแบรนด์ Knockaround ใช้กรอบสีดำด้าน พร้อมโลโก้ DuckDuckGo ด้านข้าง ตัวเลนส์เป็นแบบ Polarized ลดแสงสะท้อน รองรับการป้องกันรังสี UV400 และใช้เลนส์ที่ผ่านมาตรฐานความทนทานต่อแรงกระแทกตามข้อกำหนดของ FDA พร้อมกล่องแข็งสำหรับจัดเก็บ
สิ่งที่น่าสนใจคือสเปกสินค้าถูกนำเสนอในเชิงล้อเลียนอุปกรณ์อัจฉริยะอย่างชัดเจน โดยระบุว่า
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่: ไม่มีวันหมด (Infinite)
- จำนวนกล้อง: 0 ตัว
- จำนวนไมโครโฟน: 0 ตัว
- จำนวนการแจ้งเตือน: 0 รายการ
กล่าวคือไม่มีแบตเตอรี่ ไม่มีพอร์ตชาร์จ ไม่มีชิปประมวลผล และไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตใดๆ เพราะหน้าที่ของมันมีเพียงการเป็น “แว่นกันแดด”

ทำไมแว่นที่ไม่มี AI ถึงกลายเป็นจุดขาย
DuckDuckGo ระบุว่า ผลิตภัณฑ์นี้เป็นทั้งมุกตลกและการสะท้อนประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวในยุคที่อุปกรณ์สวมใส่สามารถบันทึกข้อมูลได้ตลอดเวลา ผู้สวมใส่สามารถใช้แว่นนี้ในร้านกาแฟ ชายหาด หรือระหว่างรับประทานอาหารกับครอบครัว โดยไม่ต้องทำให้คนรอบข้างกังวลว่ากำลังถูกถ่ายวิดีโอหรือถูกนำข้อมูลไปใช้ฝึก AI
บริษัทถึงกับเรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า “แว่นกันแดดป้องกันการสอดส่อง (Anti-Surveillance Eyewear)” พร้อมสโลแกนว่า ไม่มีกล้อง ไม่มีไมโครโฟน ไม่มี AI มีเพียงแว่นกันแดดที่ทำหน้าที่ของแว่นกันแดดเท่านั้น
แม้จะเป็นสินค้าที่ออกมาในเชิงล้อเลียนตลาด Smart Glasses แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และอาจไม่ต้องการให้อุปกรณ์ทุกชิ้นรอบตัวเชื่อมต่อกับ AI เสมอไป