E-DUANG | สภาวะ ซับซ้อน การเมือง แยกกัน”เดิน” รวมกัน”ตี” - มติชนสุดสัปดาห์

E-DUANG
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของ Free Artists แปรอักษรที่หน้าหอศิลปฯ ตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน
เด่นชัดว่า เป๋า ยิ่งชีพ มิได้มาคนเดียว
เช่นเดียวกับ เมื่อบางส่วนสวมเสื้อโลโก ilaw ออกเดินตามไปตามถนนในย่านลาดพร้าว นัดหมายไปกินพิซซ่า ออแกนิคในแบบที่เรียกขานว่าซาวโดร์
ระยะทางเดินของพวกเขาคือ 2.29 กิโลเมตร
ไม่จำเป็นต้องพิจารณาป้าย #สั่งฟ้องสว. ที่แต่ละคนถือ ก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่า จิตหนึ่งใจเดียวคือ 229 คนตามบทสรุปของคณะอนุกรรมการกกต.ชุดที่ 26
ขณะที่พรรคประชาชนโดย ไอติม พริษฐ์ และ ผึ้ง พนิดา เปิดเวทีให้ สมชัย ศรีสุทธิยางกูร เต็มที่
เพื่อดึงรายละเอียดการทำงานของชุดที่ 36 ออกมา
ทุกการเคลื่อนไหว ในแต่ละกระบวนท่าอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ตลอดวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน สะท้อนให้เห็นความนัยใด
ทั้งหมดล้วนเป็นรูปธรรมว่า เป๋า ยิ่งชีพ มิได้เดินคนเดียว
แม้ว่าเป้าหมายของ เป๋า ยิ่งชีพ และ iLaw จะอยู่ที่ #สั่งฟ้องสว.และจะออกจากออฟฟิศลาดพร้าวมุ่งหน้าไปปทุมวัน
กับป้าย 1 ป้าย เป้ 1 ใบ น้ำ 1 ขวด
แต่ภาพและการเคลื่อนไหวของ iLaw และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตั้งแต่ก่อนเดือนพฤษภาคม 2567 กระทั่งมาถึงเดือนกันยายน 2569
มิได้เป็น”กรณี”ของคนๆเดียว มิได้เป็น”การ”อันเป็นปัจเจก
ตรงกันข้าม ในเมื่อเป็นเรื่องอันเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.จำนวน 200 คนในเดือนมิถุนายน 2567
กรณีนี้จึงสัมพันธ์กับผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสน
สัมพันธ์กับกฎหมายตั้งแต่กฎหมายลูก”ประกอบรัฐธรรมนูญ” กระทั่งกฎหมาย”รัฐธรรมนูญ”
ยิ่งเมื่อมีพรรคการเมืองหนึ่งเข้ามีบทบาทเป็นอย่างสูง เป็นที่รับรู้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งต่อเนื่องมายาวนานจนถึงการตัดสินใจของ กกต.ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน
ไม่มีหรอกที่สังคมจะปล่อยให้ เป๋า ยิ่งชีพ แบกรับเพียงผู้เดียว
ความน่าสนใจอยู่ที่”กระบวนท่า”จังหวะก้าวในการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไร
ไม่เพียงแต่ดูดดึงนักประวัติศาสตร์อย่าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
หากที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดยังทำให้นักกิจกรรมทางสังคมอย่าง สมบัติ บุญงามอนงค์ มิอาจอยู่นิ่งเฉย
ถามว่าแล้ว”ฝ่ายค้าน”ซึ่งเกาะติดเรื่องนี้จะทำอย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ จะทำเหมือนทองไม่รู้ร้อนอย่างนั้นหรือ
ในเมื่อพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันว่าเคยมีบทบาทในการเปิดเรื่อง
เป็นการเปิดเรื่องตั้งแต่รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ต่อเนื่องมายังรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร โดยมี ทวี สอดส่อง จากพรรคประชา ชาติ กำกับและดูแล
เพียงแต่แต่ละพรรคการเมืองก็มีแนวทางในทางยุทธวิธีที่ไม่ เหมือนกันตามบทบาทอย่างเป็นจริงในเดือนกันยายน 2569
ทุกอย่างจึงอยู่ในแนว”แยกกันเดิน”อย่างเด่นชัด
การเมืองไทยในเดือนกันยายน 2569 จึงเป็นการเมืองที่มากด้วยความซับซ้อนอย่างเป็นพิเศษ
เป็นความซับซ้อนบนฐานแห่งอำนาจ”ระบอบสีน้ำเงิน”
การรวมตัวกันของ”สหพันธ์บ้านใหญ่”กำลังถูกท้าทายอย่าง แหลมคมจากการเสนอตัวเข้ามาของ เป๋า ยิ่งชีพ
ทุกอย่างคือ”แยกกันเดิน”แต่จะรวมกันเข้าตีหรือไม่