E-DUANG | กระบวนการ ได้มา ของส.ว. ทาง”ความคิด”ทาง”การเมือง” - มติชนสุดสัปดาห์

E-DUANG
ท่าทีของ พริษฐ์ วัชรสินธุ และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เบื้องหน้าปรากฎการณ์แห่งการได้มาของ ส.ว.เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 สะท้อนพัฒนาการ
พัฒนาการทาง”ความคิด” พัฒนาการทาง”การเมือง”
เริ่มต้นอาจเรียกว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดโปงให้เห็นความเป็นจริงแห่งการได้มาของ ส.ว.
เป็นไปตามบทสรุปทางสังคมที่ว่าเป็นการฮั้ว
แต่เมื่อผ่านจากการเคลื่อนไหวในห้วงหลังการเลือกตั้งในปี 2567 มาสู่ความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับในเดือนมิถุนายน 2569 ก็มีการเสนอบทสรุปใหม่
นั่นก็คือ 1 เป็นกระบวนการแห่งการฮั้ว ขณะเดียวกัน 1 กระบวนการฮั้วนั้นเด่นชัดยิ่งว่าน่าจะเป็นการโกง
พัฒนาการในเชิงภาษาสะท้อนพัฒนาการในทางความคิด
เมื่อผ่านการประมวล ผ่านการศึกษา ผ่านการสังเคราะห์ผ่าน การสรุปจากสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่
ปฎิบัติการทาง”การเมือง”จึงเนื่องแต่”ความคิด”ที่ยึดกุม
เป้าหมายของการเปิดโปงมีองค์ประกอบร่วมกัน 2 ส่วนที่มิอาจแยกออกจากกันได้
องค์ประกอบ 1 คือ บทบาทของพรรคภูมิใจไทย
องค์ประกอบ 1 คือ บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.)ตั้งแต่ก่อนและภายหลังการได้มาของ ส.ว.
บทบาทนี้ของ พริษฐ์ วัชรสินธุ และของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไม่ว่าในนามพรรคประชาชน ไม่ว่าในนามประธานวิปฝ่ายค้าน ไม่ว่าในนามผู้อำนวยการไอลอว์
ในเบื้องต้นอาจมีเป้าอยู่ที่การทำงานของกกต. แต่เมื่อรับรู้
สภาพความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับก็นำไปสู่บทสรุปร่วมกันโดยอัตโนมัติ
นั่นก็คือตระหนักในบทบาทของพรรคภูมิใจไทย
การเรียกขานส.ว.ว่าเป็น”ส.ว.สีน้ำเงิน”จุดเริ่มต้นมิได้มาจาก พรรคประชาชนหรือไอลอว์ หากแต่เริ่มจากคนของพรรคภูมิใจไทย เองเป็นสำคัญ
คำประกาศของพรรคประชาชนต่อ”ระบอบสีน้ำเงิน”จึงแหลมคมในทางความคิด
หากติดตามบทบาทของพรรคประชาชน ไม่ว่าจะเริ่มที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ว่าจะเริ่มที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ จะเห็นว่าล้วนอยู่บนเส้นทางเดียวกัน
เป็นเส้นทางเดียวกันกับที่ไอลอว์เองก็มีบทสรุปตั้งหลังการได้ มาของส.ว.เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 แล้ว
ขณะเดียวกัน ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีพรรคภูมิใจไทยร่วมส่วนอยู่ด้วย บทบาทของกระทรวงยุติธรรมต่อกระบวนการได้มาของส.ว.ก็ไม่ควรมองข้าม
แม้กระทรวงยุติธรรมจะเป็นความรับผิดชอบของพรรคประชาชาติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยก็ยากที่จะสำแดงบทบาทได้โดยราบรื่น
ท่าทีของ”ส.ว.สีน้ำเงิน”ต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงเป็นเส้นแบ่งหนึ่งในทางการเมือง
เส้นแบ่งนี้ยังดำรงอยู่แม้จะกลายเป็น”อดีต”ไปแล้ว
จากนี้จึงเด่นชัดว่าพัฒนาการทางความคิดและทางการเมืองต่อกระบวนการได้มาของส.ว.มิได้เป็นเรื่องเลื่อนลอย
หรือกุขึ้นมาเองบนรากฐานอันว่างเปล่า
หากแต่อยู่ในความรับรู้ของ ส.ว. อยู่ในความรับรู้ของพรรคภูมิใจไทย อยู่ในความรับรู้ของพรรคเพื่อไทย
เพียงแต่วันนี้บทบาทเด่นเป็นของพรรคประชาชน