E20-B20 รับอานิสงส์มาตรการรัฐ โตสวนทางภาพรวมการใช้น้ำมันเม.ย.วูบ 11.2%

กรมธุรกิจพลังงาน เผยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนเม.ย.2569 ลดลง 11.2% ตามเศรษฐกิจชะลอ ขณะที่ E20-B20 รับแรงหนุนมาตรการรัฐโตสวนต่อเนื่อง

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของไทยในเดือนเมษายน 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 142.62 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 11.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 18.2% จากเดือนมีนาคม สะท้อนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

โดยส่วนใหญ่ปรับลดลงทั้งกลุ่มเบนซิน ดีเซล น้ำมันอากาศยาน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หรือก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (NGV) ขณะที่ E20 และ B20 ยังเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ

กลุ่มน้ำมันเบนซินมีการใช้ 29.23 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 9.5% โดยเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ลดลง แต่ แก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มขึ้น 14% แตะ 6.12 ล้านลิตรต่อวัน จากแรงจูงใจด้านราคาที่ทำให้ผู้ใช้รถหันมาเลือกใช้มากขึ้น

ด้านน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมีการใช้ 57 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 17.2% สอดคล้องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ดีเซล B20 เพิ่มเป็น 1.04 ล้านลิตรต่อวัน จากการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและการขยายสถานีบริการ

ส่วนน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) ใช้ 17.04 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 2.5% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัวและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่น้ำมันเตาเพิ่มขึ้น 3.6% เป็น 5.18 ล้านลิตรต่อวัน ตามการขยายตัวของภาคการผลิตและการส่งออก

สำหรับ LPG ใช้ 17.76 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 4.4% จากความต้องการในภาคปิโตรเคมีและขนส่งที่ลดลง ส่วน NGV ลดลง 23% เหลือ 2.03 ล้านกิโลกรัมต่อวัน สอดคล้องกับจำนวนสถานีบริการที่ลดเหลือ 258 แห่ง

ด้านการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 834,782 บาร์เรลต่อวัน ลดลง 26.4% แต่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 17% จากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ขณะที่ไทยเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปลดลง 41.1% เหลือ 94,190 บาร์เรลต่อวัน หลังรัฐบาลมีมาตรการระงับการส่งออกชั่วคราวเพื่อรักษาปริมาณน้ำมันใช้ภายในประเทศ