ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ดิ่งหนัก หวั่น ECB

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรม แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์ยังส่อแววทำผลงานย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงและความกังวลเรื่องการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เข้ามาบั่นทอนบรรยากาศการลงทุน ก่อนสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค.

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนช่วงเปิดตลาดวันนี้ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ช่วงบวกถูกหักล้างด้วยการร่วงลงของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ด้านดัชนีหุ้นฝรั่งเศสได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหลังจากที่ซบเซามาตลอดสัปดาห์ โดยหุ้น LVMH ปรับตัวขึ้น 0.1% ขณะที่ตลาดหุ้นของเยอรมนีมีกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นผู้นำตลาด โดยหุ้น Airbus ปรับตัวขึ้น 1.6%

ในการซื้อขายวานนี้ ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน เพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หลัง ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยและเตือนว่าเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นจากผลกระทบด้านพลังงานที่เกิดจากสงคราม

ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.5% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ในปีนี้ โดยผู้กำหนดนโยบายต้องการควบคุมไม่ให้ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่านส่งผลกระจายไปทั่วเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวเป็นพิเศษ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง

คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และแรงกดดันด้านราคาอาจอยู่เหนือระดับเป้าหมายเป็นเวลานาน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค.

โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท