เจแอลแอล ชี้อสังหาฯ ไทยรับอานิสงส์การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชู EEC -

รายงานวิจัยล่าสุดระบุ ตลาดอสังหาฯ ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่การเติบโตกระจายสู่หลายศูนย์กลาง (Multipolar) รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต China+1 โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และมาตรฐาน ESG ที่เข้มงวดขึ้น

ประเด็นสำคัญ:

ประเทศไทยมีศักยภาพในการรับโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามรายงานวิจัยฉบับล่าสุดของเจแอลแอล "Planning for a Multipolar World: Real Estate Strategies Across Southeast Asia in 2026 and Beyond" โดยในประเทศไทย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของไทย ขณะที่การเติบโตในระยะต่อไปกำลังขยายไปสู่เมืองรองและจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว รายงานของเจแอลแอลระบุว่า การเติบโตของภูมิภาคในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากการฟื้นตัวตามวัฏจักรในวงกว้างน้อยลง แต่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างมากขึ้น ทั้งการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่นำโดยภาครัฐ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานระบุ 3 ประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคที่กำลังนิยามตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใหม่ ได้แก่ นโยบายภาครัฐที่กลายเป็นสัญญาณสำคัญต่อตลาดมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่ขยายขอบเขตทำเลศักยภาพออกไปนอกย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แบบดั้งเดิม และช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างสินทรัพย์คุณภาพสูงที่พร้อมรองรับอนาคต กับสินทรัพย์เก่าที่ถูกกดดันให้ต้องปรับตำแหน่งทางการตลาด ปรับปรุง หรือเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน

รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคกำลังกำหนดทิศทางการเติบโตของตลาดผ่านโครงการเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ตั้งแต่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ของอินโดนีเซีย, การขยายระยะเวลาเช่าที่ดินสำหรับนักลงทุนเป็น 99 ปีของฟิลิปปินส์, การเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ 3 แห่งของมาเลเซีย, ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความยั่งยืนของสิงคโปร์ ไปจนถึงวาระการปฏิรูปเชิงสถาบันของเวียดนาม สำหรับประเทศไทย โครงการใน EEC เป็นหนึ่งในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยขยายขอบเขตของทำเลที่มีศักยภาพด้านการลงทุน และผลักดันภูมิภาคไปสู่อนาคตของเมืองที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายมากขึ้น

โอกาสสำคัญของประเทศไทย:

EEC และพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard)

ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ยกระดับสู่กลุ่มมูลค่าสูง

เมืองภูมิภาค การท่องเที่ยว และเวลเนส

บิ๊กดีเวลลอปเปอร์เบนเข็ม - มุ่งสร้าง 'รายได้ประจำ'

คลื่นลูกใหม่ ESG - เร่งสปีดปรับปรุงอาคารเก่าในกรุงเทพฯ

นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน บริษัท เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าวว่า "ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนมากขึ้น โดยปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของสินทรัพย์แต่ละชนิดยิ่งมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จ แม้นโยบายภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่เห็นได้ว่าเงินทุนกำลังมุ่งไปยังสินทรัพย์ที่มีความเฉพาะทางที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น สะท้อนจากความต้องการที่ต่อเนื่องในนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของโครงการด้านการท่องเที่ยว โรงแรม และโครงการเวลเนสในทำเลท่องเที่ยวชายฝั่งที่มีศักยภาพ รวมถึงโอกาสในกรุงเทพฯ ในการปรับเปลี่ยนและยกระดับอาคารสำนักงานเดิมให้ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน"

4 ไฮไลต์ยุทธศาสตร์ ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางอสังหาฯ ภูมิภาค:

ดร.หยาง เหลียง ชัว หัวหน้าฝ่ายวิจัยและให้คำปรึกษา ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจแอลแอล กล่าวว่า "ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการขยายตัวสู่ภูมิภาคที่เกิดขึ้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเปลี่ยนจากตลาดที่กระจุกตัวในกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิทัศน์แบบหลายศูนย์กลางที่มีความหลากหลายสูง นักลงทุนกำลังคว้าโอกาสเฉพาะทางในภูมิภาคต่าง ๆ ตั้งแต่นิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไปจนถึงตลาดโรงแรมหรูและเวลเนสระดับพรีเมียมที่มีศักยภาพเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูเก็ต และทำเลชายฝั่งที่กำลังเติบโตอย่างพังงา"

มุมมองเชิงโครงสร้างที่เน้นการคัดสรรมากขึ้น

รายงานยังเน้นย้ำว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2569 และปีต่อ ๆ ไป ควรได้รับการประเมินผ่านมุมมองเชิงโครงสร้าง มากกว่ามุมมองตามวัฏจักรเพียงอย่างเดียว โดยความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่การกระจายการลงทุนในวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาคเท่านั้น แต่อยู่ที่การเลือกลงทุนอย่างแม่นยำ ทั้งในแง่ของแนวระเบียงเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และกลยุทธ์สินทรัพย์ที่เหมาะสม "สำหรับทั้งนักลงทุนและผู้ใช้พื้นที่ ประเทศไทยยังมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของระบบหลายศูนย์กลางที่เชื่อมโยงถึงกัน " ดร.ชัว กล่าวเพิ่มเติม