ทรู เปิดมุมมอง “Empathy × Human Insight” เขย่าโลกอัลกอริทึม พลิกเกมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยุค AI สู่การสร้างคุณค่าใหม่ที่เข้าถึงใจคน [PR] - Brand Buffet
แชร์ :

เมื่อ AI ช่วยให้ทุกคนทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ความได้เปรียบใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่ใครใช้เทคโนโลยีได้เร็วกว่า แต่อยู่ที่ใครเข้าใจมนุษย์ได้ลึกกว่า ตั้งคำถามได้เฉียบคมกว่า และสามารถเปลี่ยนพลังของ AI ให้เป็นคุณค่าที่เข้าถึงใจผู้คน พร้อมสร้างความหมายต่อธุรกิจ สังคม และประเทศได้อย่างแท้จริง คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ถ่ายทอดมุมมองดังกล่าวผ่านหัวข้อ “Empathy in Algorithms: Human Insight at the Heart of AI” ภายในงาน VISION HOUSE: CREATIVE SPARK จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมจุดประกายคนรุ่นใหม่ reset บทบาทของตนเอง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ AI กำลังพลิกโฉมการสื่อสาร การตลาด อุตสาหกรรมคอนเทนต์ การออกแบบประสบการณ์และการตัดสินใจของลูกค้าทั้งระบบ
จาก Data สู่ Insight และ Sensemaking
คุณโอลิเวอร์มองว่า AI ควรเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนมนุษย์ เพราะระบบเรียนรู้จากข้อมูลและรูปแบบในอดีต ซึ่งอาจมีทั้งข้อจำกัดและอคติแฝงอยู่ คุณค่าของ AI จึงไม่ควรถูกวัดจากความรวดเร็วหรือความแม่นยำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่ามนุษย์สามารถใช้วิจารณญาณตรวจสอบ ตีความ และประเมินผลกระทบต่อผู้คนและสังคมได้ดีเพียงใด
“AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลและขยายขีดความสามารถขององค์กรได้อย่างมาก แต่ยังไม่สามารถเข้าใจความหวัง ความกลัว ความฝัน วัฒนธรรม อารมณ์ขัน และความละเอียดอ่อนของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ พื้นที่ระหว่างข้อมูลกับความหมายจึงยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ ความเห็นอกเห็นใจ และวิจารณญาณของมนุษย์” คุณโอลิเวอร์กล่าว

แม้องค์กรจะมีข้อมูลมากกว่าที่เคย แต่ข้อมูลเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถสร้างนวัตกรรมหรือความได้เปรียบทางธุรกิจได้ จนกว่าจะถูกตีความให้เป็น Insight และนำไปสู่การตัดสินใจที่สร้างผลลัพธ์จริง คนทำงานยุค AI จึงต้องมีทักษะด้าน Sensemaking หรือความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับบริบท พฤติกรรมมนุษย์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาวะ “Data Rich but Insight Poor” ให้กลายเป็นความเข้าใจที่ช่วยกำหนดทิศทางและสร้างคุณค่าใหม่
จุดเริ่มต้นของ Sensemaking ไม่ได้อยู่ที่การหาคำตอบ แต่อยู่ที่การตั้งคำถาม เพราะคุณภาพของผลลัพธ์จาก AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโจทย์ที่มนุษย์กำหนด การทำงานจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เหตุใดจึงต้องแก้ ใครจะได้รับผลกระทบ และคุณค่าแบบใดที่ต้องการสร้าง
ถอดรหัสภาษาและวัฒนธรรม สู่บทบาทใหม่ของนักสื่อสาร
ในโลกที่ AI สามารถผลิตเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์พฤติกรรมได้อย่างรวดเร็ว ความท้าทายของนักสื่อสารไม่ใช่เพียงการสร้างคอนเทนต์ให้ได้มากขึ้น แต่คือการทำให้การสื่อสารเข้าใจมนุษย์ได้ลึกขึ้น คุณโอลิเวอร์ชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในความสามารถสำคัญของคนรุ่นใหม่คือ Semantic Intelligence หรือความฉลาดในการเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในภาษา อารมณ์ และบริบททางวัฒนธรรม เพราะคำศัพท์ สำนวน และวิธีสื่อสารเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คำเดียวกันอาจมีความหมายแตกต่างกันตามช่วงวัย ชุมชน วัฒนธรรม หรือสถานการณ์
ภาษาและวัฒนธรรมจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการถ่ายทอดสาร แต่เป็น “ข้อมูลที่มีชีวิต” ซึ่งสะท้อนตัวตน ความเชื่อ ความรู้สึก และความเปลี่ยนแปลงของสังคม แม้ AI จะเรียนรู้รูปแบบภาษาได้รวดเร็ว แต่ยังต้องอาศัยมนุษย์ช่วยตีความสิ่งที่อยู่เหนือความหมายตามตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม หรือความรู้สึกที่ไม่ได้ถูกกล่าวออกมาตรงๆ
บทบาทของนักสื่อสารและนักนิเทศศาสตร์ในยุค AI จึงต้องก้าวไปไกลกว่าการผลิตสื่อหรือออกแบบข้อความ สู่การเป็นผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี ธุรกิจ และผู้คนเข้าด้วยกัน โดยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight เปลี่ยน Insight ให้เป็นความเข้าใจ และนำ “ความเข้าใจ” ไปออกแบบการสื่อสารที่สร้างความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ และคุณค่าระยะยาว
ขณะที่ AI ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านข้อมูล ความเร็ว และการคาดการณ์ มนุษย์ยังต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง ตั้งคำถามที่มีความหมาย และรับผิดชอบต่อผลกระทบของสิ่งที่สื่อสารออกไป ผู้ที่จะเติบโตในโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่ใช้เทคโนโลยีได้เก่งที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถผสานพลังของ AI เข้ากับความเข้าใจมนุษย์ เพื่อสร้างแบรนด์ ธุรกิจ และนวัตกรรมที่มีทั้งประสิทธิภาพและความหมายต่อชีวิตของผู้คน
“Algorithmic Centaur” ภาพของคนทำงานแห่งอนาคต
คุณโอลิเวอร์ ทิ้งท้ายด้วยแนวคิด Algorithmic Centaur ภาพแทนของคนทำงานแห่งอนาคตที่นำความคิดสร้างสรรค์ วิจารณญาณ ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจมนุษย์ มาทำงานร่วมกับความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการขยายผลของ AI
“อนาคตไม่ใช่การแข่งขันระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นการแข่งขันระหว่างผู้ที่ใช้ AI โดยไม่มีความเข้าใจ กับผู้ที่สามารถผสานพลังของเทคโนโลยีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ความตระหนักรู้ และความเข้าใจมนุษย์ได้อย่างมีความหมาย”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการนำศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัล AI และระบบนิเวศครบวงจร มาสร้างการเชื่อมต่อที่มีความหมาย เข้าถึงหัวใจของผู้คนอย่างแท้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถของคนไทย และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน
แชร์ :