ฮอร์มุซ-ภาษีสหรัฐฯ-ศึก EV จีน บีบ ‘ส.อ.ท.’ หั่นเป้าผลิตรถเหลือ 1.45 ล้านคัน ชี้ BEV พุ่ง 140% แต่กระบะยังทรุด

ครึ่งทางปี‘69 ส.อ.ท.ปรับลดเป้าผลิตรถยนต์ทั้งปี เหลือ 1.45 ล้านคัน หลังส่งออกเผชิญวิกฤตตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้า และการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าจีน ทุบยอดผลิต ICE ครึ่งปีแรกร่วง 29.21% กระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน เผยตลาดในประเทศโตจากความนิยม BEV ยอดขายพุ่งกว่า 140%

วันที่ 24 ก.ค.69 สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ปรับประมาณการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกลง 50,000 คัน จาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ทั้งปีลดลง 3.33% จากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน

ขณะที่ยังคงเป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ที่ 550,000 คัน เนื่องจากตลาดภายในประเทศยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตต่อเนื่อง

ภาพแสดงผลกระทบจากวิกฤตฮอร์มุซ ภาษีสหรัฐฯ และ EV จีนต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 1

ตลาดตะวันออกกลางทรุดหนัก 38.35%

ปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องปรับลดเป้าการผลิต มาจากการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดตะวันออกกลางในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลงถึง 38.35% จากผลกระทบของการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ผู้ผลิตไทยยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จีน ในตลาดอาเซียน ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย รวมถึงตลาดอื่น ๆ ประกอบกับหลายประเทศเริ่มใช้มาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการส่งออกของไทย

สุรพงษ์ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า อิหร่านสามารถยิงไปถึงทะเลแดงได้จากการสอบถามช่วงเกิดสงครามต้นเดือนมีนาคม จึงหาทุกช่องทางที่สามารถส่งรถยนต์และชิ้นส่วน ดังนั้น นอกจากวิกฤตฮอร์มุซแล้วขณะนี้ต้องจับตาเส้นทางทะเลแดงขณะนี้อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศยังมีทิศทางฟื้นตัว โดยเดือนมิถุนายน 2569 มียอดขายรถยนต์รวม 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพิ่มขึ้นถึง 140.47% อยู่ที่ 22,275 คัน คิดเป็นสัดส่วน 37.93% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถยนต์ไทยสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน

“ปัจจัยสนับสนุนมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดของภาครัฐ และการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในราคาที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แม้ว่ายอดขายส่วนใหญ่ยังเป็นรถนำเข้าก็ตาม”

ภาพแสดงผลกระทบจากวิกฤตฮอร์มุซ ภาษีสหรัฐฯ และ EV จีนต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 2

ด้านการผลิตรถยนต์นั่ง BEV ในเดือนมิถุนายนผลิตได้ 12,634 คัน เพิ่มขึ้น 282.38% จากปีก่อน

ขณะที่ยอดผลิตสะสมช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 34,030 คัน เพิ่มขึ้น 43% ส่วนการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV เดือนมิถุนายนมีจำนวน 292 คัน เพิ่มขึ้นถึง 7,200%

แม้ฐานเดิมจะอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าผู้ผลิตในประเทศไทยเริ่มขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศมากขึ้น

ยอดผลิต ICE ครึ่งปีแรกร่วง 29.21% สะเทือนผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชน

ทั้งนี้ ในทางกลับกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยยอดผลิต ช่วงครึ่งปีแรกลดลง 29.21%

ขณะที่รถกระบะซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

ทำให้ยอดขายรถกระบะเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% จากปีก่อน ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนในประเทศโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ปรับเพิ่มเป้าการผลิตรถจักรยานยนต์ปี 2569 จาก 2 ล้านคัน เป็น 2.05 ล้านคัน

โดยเพิ่มเป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และการขยายตัวของผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ขณะที่เป้าการผลิตเพื่อการส่งออกยังคงไว้ที่ 400,000 คัน

ทั้งนี้ ส.อ.ท.ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนขนาดใหญ่และการจ้างงาน เพื่อสร้างอำนาจซื้อและแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นอีกครั้ง