คลัง จ่อคลอดมาตรการภาษี จูงใจทุนนอกย้ายฐานผลิตอุตสาหกรรมอนาคต-EV
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการเร่งพิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุน และผลิตสินค้าในประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักคือการใช้โครงสร้างภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) เป็นหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งหมด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภายในประเทศให้แข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายเดือน ก.ย. 69
สำหรับหลักการเบื้องต้น คือ ผู้ประกอบการที่ตัดสินใจตั้งฐานการผลิตจะได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตที่ต่ำลง ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Supply Chain) ส่วนอีกมิติ หากเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย ก็จะต้องแบกรับอัตราภาษีที่สูงกว่า เพื่อป้องกันการเสียเปรียบของฝั่งผู้ลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริง
ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หากมาตั้งโรงงานผลิตในเมืองไทย อาจจะได้รับภาษีที่ถูกลง แต่หากไม่ได้ตั้งโรงงานในไทย อาจจะได้ภาษีที่แพงกว่า โดยในโลกสมัยใหม่ จะเกิดการทะลักของสินค้ามากขณะนี้ ได้มีการพูดคุยกันแล้วกับทั้งค่ายรถยนต์ และหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งรัฐพร้อมสนับสนุน รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมศุลกากร และกรมสรรพากร เร่งพิจารณามาตรการปกป้องผู้ประกอบการ SMEs ของไทยจากสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่อาจทะลักเข้ามา และมาแข่งกับผู้ผลิตในประเทศ แม้ว่าในปัจจุบัน กรมศุลกากรได้เริ่มจัดเก็บอากรนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก เพื่อเป็นการปกป้องผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศแล้ว แต่กระทรวงการคลัง กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าอัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์