ถอดรหัส พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หลังดราม่ารถขยะ EV กทม. เปิดกลไก ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ ชูผู้สังเกตการณ์อิสระอุดช่องโหว่โปรเจกต์พันล้าน

จากกรณีสภากรุงเทพมหานคร มีมติเสียงข้างมาก 27 ต่อ 19 เสียง โหวตตัดงบประมาณโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,347 คัน วงเงินกว่า 6,038 ล้านบาท ออกจากร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทางการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ

สำหรับข้อคำถามของสังคมที่ว่า โครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ระดับนี้อาจมีช่องโหว่ หรือมีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ THE STANDARD พาไปทำความรู้จักกับ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact: IP) ตลอดจนข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐเป็นสำคัญ

ตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตที่เป็นลายลักษณ์อักษรและได้มาตรฐานสากล โดยต้องแนบเอกสารหลักฐานประกอบการเสนอราคา หากไม่ครบถ้วนจะถูกตัดสิทธิทันที

มาตรฐานขั้นต่ำ 6 ด้านที่เอกชนต้องมี ได้แก่

1) มีนโยบายและจรรยาบรรณธุรกิจที่ชัดเจน

2) ครอบคลุมบุคลากรทุกระดับและห้ามติดสินบนหรือฮั้วประมูล

3) มีการสื่อสารและจัดอบรมพนักงาน

4) กำหนดบทลงโทษทางวินัยชัดเจน

5) มีระบบรับแจ้งเบาะแส

6) มีหน่วยงานรับผิดชอบภายในโดยเฉพาะ

สำหรับโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป (เช่น โครงการรถขยะ EV ของ กทม. ที่มีมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท) หรือโครงการที่มีความซับซ้อนและเป็นที่สนใจของสาธารณชน คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) จะพิจารณาคัดเลือกให้เข้าสู่กลไกข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือสามฝ่าย ประกอบด้วย หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการ, ผู้ประกอบการ และ ผู้สังเกตการณ์อิสระ (Observer)

กลไกนี้บังคับให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องทำคำมั่นสัญญาว่าจะไม่เรียก รับ หรือเสนอสินบน และไม่ฮั้วประมูล พร้อมทั้งต้องเปิดเผยข้อมูลในทุกขั้นตอนผ่านระบบสารสนเทศ (e-GP) เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้

หัวใจสำคัญของข้อตกลงคุณธรรมคือ ผู้สังเกตการณ์ ซึ่งต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีความเป็นกลาง ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ไม่มีส่วนได้เสียในโครงการ และมีประวัติขาวสะอาด บุคคลเหล่านี้จะมีสิทธิเข้าร่วมรับฟังการประชุมและตรวจสอบเอกสารตั้งแต่ขั้นตอนการร่าง TOR ไปจนถึงการตรวจรับงาน

หากผู้สังเกตการณ์พบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต จะดำเนินการตามขั้นตอน

ดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ป.ป.ช., ป.ป.ท., สตง. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมทั้งมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน

นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์จะต้องจัดทำรายงานประเมินผลโครงการส่งให้ ค.ป.ท. ภายใน 1 เดือนหลังจบโครงการ หรือประเมินทุกสิ้นปีงบประมาณสำหรับโครงการระยะยาว เพื่อให้กรมบัญชีกลางนำไปประเมินความโปร่งใสและสรุปผลเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป