ภาวะตลาดอนุพันธ์:ขึ้นทำนิวไฮรับอานิสงส์นายกฯเยือนจีนดึงทุนยักษ์ใหญ่ EV

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ S50U26 ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดจากสัปดาห์ก่อน โดยได้แรงหนุนหลังจากที่รัฐบาลเดินสายเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูงมาลงทุนในไทย โดยคาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท ทำให้ตลาดมีความหวังว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นจากเม็ดเงินดังกล่าว นอกจากนี้ตลาดอยู่ในช่วงติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยกลุ่มธนาคารเริ่มทยอยประกาศ ซึ่งผลประกอบการเติบโตดี ส่งผลบวกต่อดัชนีในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศยังเป็น Sentiment ลบ จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูง รวมทั้งความกังวลแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับขึ้นตามเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดัชนี

แนวโน้มวันพรุ่งนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แต่ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร โดยแนะให้ติดตามทิศทางกระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังไหลเข้าเก็งกำไรทั้งหุ้นและตลาด Futures ที่มีการซื้อสุทธิต่อเนื่อง และเริ่มเห็นสถาบันเข้าซื้อบ้าง ซึ่งหากเม็ดเงินยังไหลเข้าต่อจะเป็นปัจจัยหนุนดัชนีให้ปรับตัวขึ้น อีกทั้งสัปดาห์นี้ต้องติดตามการเปิดเผยตัวเลขส่งออกไทย หากมีการเติบโตได้ตามคาด จะเป็นผลบวกต่อดัชนีให้ปรับขึ้นได้ต่อ

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ให้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมทั้งติดตามการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าผลประกอบการจะสามารถเติบโตได้

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำรอจังหวะดัชนีอ่อนตัวค่อยเข้าซื้อ โดยให้แนวรับที่ 1,084, 1,076 จุด และแนวต้านที่ 1,096, 1,103 จุด

ด้านราคาทองคำ เคลื่อนไหวในกรอบแคบทั้งในแดนบวกและแดนลบ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหลุดระดับ 4,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และพยายามฟื้นตัวกลับในระยะสั้นแต่ยังปรับขึ้นได้ไม่มาก โดยทองคำยังเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway Down ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าต้องติดตามการประชุม ECB ซึ่งหากมีทิศทางคุมเข้มนโยบายการเงิน หรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการเปิดเผยผลประกอบการของสหรัฐฯ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะออกมาเติบโต ปัจจัยดังกล่าวจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

โดยให้แนวต้านไว้ที่ 4,043, 4,080 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หากราคาไม่ผ่านแนะนำให้ขายลดความเสี่ยง และให้แนวรับไว้ที่ 3,985, 3,960 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

โดย วรินทร ศิรินอก