กรมสรรพสามิต รับเรื่อง! ได้เอกสารจาก EVAT ยื่น 4 ข้อเสนอ หารือนัดแรกไร้ข้อสรุป - Autolifethailand.tv

ตามที่ Autolifethailand ได้นำเสนอประเด็นการเตรียมยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) และ กลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อขอพิจารณาแนวทางการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และขอเข้าพบหารือ ซึ่งได้มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 2 สมาคมรถยนต์ ยื่นหนังสือทบทวนขึ้นภาษี ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ขอปรับตัว 1 ปีแบบขั้นบันได

ล่าสุดวันที่ 28 สิงหาคม 2569 แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ Autolifethailand ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้รับเอกสารจาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) โดยมีรายละเอียด 4 ข้อดังนี้

1.ขอให้มีระยะเวลาปรับตัว (Grace Period) ไม่น้อยกว่า 1 ปี ก่อนใช้อัตราภาษีใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับแผนผลิต, การลงทุน, ซัพพลายเชนจ์ และผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม **ข้อเสนอนี้ได้รับการนำเสนอจากกลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า**

2.กำหนดการปรับภาษีแบบค่อยเป็นค่อยไป (Step-up) รายปี เพื่อให้สอดคล้องกับราคาขายปลีกพร้อมประกาศอัตราล่วงหน้าอย่างชัดเจน

3.กำหนดอัตรา โควตานำเข้า ในอัตราภาษีต่ำตามสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทย โดยคำนวนสิทธินำเข้าจากมูลค่า Local Value Contribution ซึ่งครอบคลุมปัจจัยต่าง ๆ เช่นการลงทุนที่ได้รับอนุมัติและเกิดขึ้นจริง, มูลค่าการผลิตยานยนต์ที่เกิดขึ้นจริง และมูลค่าการจ้างงานในประเทศที่เกิดขึ้นจริง เป็นต้น

4.เสนอให้นำมูลค่าการสนับสนุนทางเศรษฐกิจของบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า มาประกอบการพิจารณาลดหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิต แม้ไม่มีฐานการผลิตในประเทศไทย โดยครอบคลุมเช่น การจัดซื้อชิ้นส่วนจากไทย, การจ้างงานและพัฒนาบุคลากร, การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งล้วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาซัพพลายเชนจ์ของประเทศ

EVAT

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : EVAT เสนอ 4 ข้อต่อรัฐ เพิ่มเปิดช่องสร้างรายได้เข้าประเทศหลายมิติ

นอกจากนี้ แนวทางของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ที่ใช้วิธีกำหนดโควต้านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากฐานมูลค่าที่ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มีรายละเอียดดังนี้

EVAT

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ห่วงปรับภาษีใหม่รถอีวีนำเข้า! แก้ปัญหาได้แค่เฉพาะหน้าไม่ใช่แผนอนาคต

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กรมสรรพสามิต และ สมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งมีการแสดงความเห็นและข้อกังวลถึงรายละเอียดวิธีการเปิดให้ผู้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าก่อนและให้ผลิตชดเชยคืนในภายหลังอาจมีความเสี่ยงเหมือนกรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง เนต้า (NETA) และหรือหากบริษัทผู้ที่ขอเข้ารับเงื่อนไขไม่ผลิตคืนตามจำนวนที่กำหนดจะมีวิธีดำเนินการอย่างไร ขณะเดียวกัน ในด้านระยะเวลาปรับตัว 1 ปี ที่ประชุมมีความกังวลในเรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติ ซึ่งจะต้องมีความรอบครอบตามหลักกฎหมายซึ่งอาจจะปฏิบัติได้ยาก อย่างไรก็ตาม การหารือร่วมกันยังไม่มีข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

EVAT