EY ถอดรหัส ‘THE RESET ADVANTAGE’ แนะ CFO ปรับใหญ่สู้เศรษฐกิจผันผวน [PR] - Brand Buffet
แชร์ :

EY จัดงานสัมมนาใหญ่แห่งปี ‘EY CFO FORUM 2026’ ชูแนวคิด ‘THE RESET ADVANTAGE’ สู้โลกผันผวน ขนทัพผู้เชี่ยวชาญร่วมเจาะลึกบทบาท CFO ยุคใหม่ เร่งปรับกลยุทธ์รับเทรนด์ AI-ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ปลดล็อกเงินทุนสร้างเติบโตยั่งยืน ย้ำผู้ชนะในโลกธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่คนที่เดินหน้าเร็วที่สุด แต่คือผู้ที่เลือกเส้นทางได้ถูกต้องที่สุด ชี้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวสร้างมูลค่าไม่ได้ ต้องออกแบบระบบกำกับดูแล-คุมความเสี่ยงวัดผลได้จริง
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนและความกดดันรอบด้าน บทบาทของ CFO ในองค์กรยุคใหม่กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก ทั้งในมิติการคุมต้นทุน การบริหารความเสี่ยง และการหาเครื่องมือใหม่ๆ มาสร้างการเติบโต อีวาย (EY) ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาทางธุรกิจระดับโลกจัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี “EY CFO FORUM 2026” ในหัวข้อ
“THE RESET ADVANTAGE” เพื่อสะท้อนมุมมองและขับเคลื่อนการเติบโตของผู้นำฝ่ายการเงินในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาดิสรัปต์อย่างรวดเร็ว โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นางสาวรัตนา จาละ Country Managing Partner อีวาย ประเทศไทย ฉายภาพสถานการณ์เศรษฐกิจและบริบททางธุรกิจในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการคาดการณ์ได้ยากว่า CFO กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ทั้งมิติการบริหารความเสี่ยง การควบคุมต้นทุน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร
“ภายใต้สภาวะความผันผวนและปัจจัยท้าทายรอบด้าน EY ตั้งเป้าหมายให้งานสัมมนาครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณาแนวทาง The Reset Advantage เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบในอนาคต เพราะการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ผู้ที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่คนที่ดำเนินการได้เร็วที่สุด หากแต่เป็นคนที่สามารถเลือกเส้นทางที่ถูกต้องที่สุด จึงขอเสนอแนะให้ผู้นำองค์กรใช้โอกาสนี้ทบทวนและลำดับความสำคัญของแผนงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ” นางสาวรัตนา กล่าว
เจาะ4 ประเด็นร้อนขับเคลื่อน CFO ยุค AI
ในช่วง Plenary Session ภายใต้หัวข้อ “เจาะลึกประเด็นสำคัญสำหรับ CFO และผู้นำองค์กรในยุค AI และการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ” ได้นำเสนอสาระสำคัญใน4 ประเด็นหลัก เริ่มจาก “The Trust Agenda : From Reporting Results to Defending Trust สร้างความเชื่อมั่นผ่านการรายงานที่โปร่งใสและการกำกับดูแล AI ” โดย นางสาววราพร ประภาศิริกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชี ได้ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ CFO ในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกฝ่ายผ่านการรายงานทางการเงินที่โปร่งใส การเชื่อมโยงเป้าหมายด้าน ESG การกำกับดูแลการใช้ AI และการใช้ดุลยพินิจทางบัญชีท่ามกลางความไม่แน่นอนทาง
เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเน้นย้ำว่า “ภายใต้การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยท้าทายต่างๆ CFO ต้องมองไปให้ถึง 10 ปีข้างหน้า เพื่อดูว่ามีเรื่องอะไรที่จะมากระทบตัวเลขในงบการเงิน และจะคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนบนความมั่นคงและการเติบโตของกิจการได้อย่างไร”
ต่อเนื่องด้วยประเด็นที่สองด้านภาษีอากร ในหัวข้อ “Tax Forward : Leveraging Tax Policy and Technology to Enable the Future ใช้นโยบายภาษีและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต“ โดย นายเกษม เกียรติเสรีกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานภาษีอากรนำเสนอแนวทางเปลี่ยนบทบาทงานภาษีจากเดิมที่เป็นเพียง Cost Spending หรือรายจ่าย ให้กลายเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่บริษัท โดยใช้โครงสร้างภาษี สิทธิประโยชน์ทางการลงทุน และเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ โดยระบุว่า “ภายใต้แรงกดดันในปัจจุบัน การจัดการเรื่องภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำอย่างไรให้ฝั่งภาษีไม่ใช่แค่ต้นทุนของบริษัทอีกต่อไป แต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตให้กับองค์กรในอนาคต”
ลำดับถัดมาในด้านการวางแผนเงินทุนในหัวข้อ “Funding the Future : The CFO Agenda for Future-Ready Growth ปลดล็อกเงินทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน“ โดย นางสาวอรพรรณ เช็ง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารพอร์ตธุรกิจ การปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Optimization) และการปลดล็อกเงินทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเติบโตระยะยาว พร้อมชี้ว่า “การโตไปในธุรกิจไหน หรือจะ Transform องค์กรอย่างไร สิ่งสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนที่ต้องทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จจริง เพื่อปลดล็อกเงินทุนและปรับพอร์ตธุรกิจให้พร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ชี้ลงทุน AI ต้องวัดผลได้จริง-ยึดระบบกำกับดูแล
ในประเด็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภายใต้หัวข้อ “Beyond AI : Why Technology Alone Will Not Deliver AI Returns สร้างผลตอบแทนจาก AI ด้วยความไว้วางใจและประสบการณ์ที่ดี“ โดย นางสาวปาจรีย์ แสงคำ หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานที่ปรึกษาธุรกิจกล่าวว่า การลงทุนใน AI จำเป็นต้องผ่านการออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าที่วัดผลได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มผลผลิตในระดับบุคคล พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างระบบกำกับดูแล การตรวจสอบย้อนหลัง และความน่าเชื่อถือ โดยกล่าวว่า “เทคโนโลยีอาจเป็นตัวเร่ง แต่มูลค่าจะเกิดขึ้นได้ต้องถูกออกแบบ การใช้ AI ไม่ใช่แค่เพิ่ม Productivity รายคน แต่ต้องสามารถวัดมูลค่าออกมาเป็นตัวเลขได้จริง ช่วยจัดการระบบ Working Capital ให้ดีขึ้น และมีระบบที่ ฝ่ายบัญชีมั่นใจว่าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จริง”
ในช่วง “Show and Share : Resetting the Enterprise – How to Turn AI Ambition into Business Value พลิกศักยภาพ AI ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจ” ยังได้เจาะลึกประสบการณ์ AI Functional Transformation ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การเลือก AI Use Case เทคโนโลยี Implementation ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ให้ตรงใจผู้ใช้งานเพื่อผลลัพธ์ตามเป้าหมาย
โดย นางสาวปาจรีย์ เน้นย้ำบนเวทีว่า “การจะพลิกศักยภาพ AI ให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการนำกรณีศึกษาจริงมาปรับใช้ ร่วมกับการออกแบบกระบวนการทำงานและประสบการณ์ของผู้ใช้ให้สอดคล้องกัน เพื่อเปลี่ยนจากเป้าหมาย AI บนกระดาษให้เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กรได้อย่างตรงจุด”
นอกจากนี้ ช่วงบ่ายยังมีการสัมมนากลุ่มย่อย (Breakout Sessions) เจาะลึก 3 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “Driving Transformation with Agentic AI” มุ่งกำหนดกลยุทธ์สร้างมูลค่าจาก AI, “Transform ERP with Confidence” การนำ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการติดตั้งและใช้งานระบบ ERP และ “Tax and Risk – AI Technology” การนำ AI ยกระดับการบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลด้านภาษีให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากประเด็นที่วิทยากรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายรอบด้านแล้ว EY CFO FORUM 2026 ได้นำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์และโซลูชันที่พร้อมนำไปปรับใช้ได้ทันที สำหรับผู้นำองค์กรและ CFO ยุคใหม่ การเข้าร่วมงานจึงไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์ แต่คือการได้รับเครื่องมือสำคัญในการ “Reset” โครงสร้างความคิดและการทำงาน เพื่อก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
แชร์ :