หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน - เส้นทางเศรษฐี
เรื่องราวของ Jenny Lei วัย 28 ปี ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Freja กระเป๋าที่เซเลปชื่อดังของต่างประเทศยังเลือกใช้ โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 726 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
จุดเริ่ม Freja จุดประกายไอเดียจากชีวิตประจำวัน
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 Jenny Lei กำลังจะเรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล และกำลังเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานที่นิวยอร์ก
เธอพยายามลองจับคู่กระเป๋าที่มีอยู่ 3 ใบให้เข้ากับชุดที่ใส่ แต่กลับไม่มีใบไหนเข้ากันได้เลย เพราะใบหนึ่งเล็กเกินไป ส่วนอีกใบไม่ค่อยมีช่องเก็บของข้างใน
“การแต่งตัวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันมีความมั่นใจ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเริ่มต้นผิดตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งที่ก็ตื่นเต้นมากอยู่แล้ว” เธอเล่าเสริม
หลังจบการสัมภาษณ์ เธอไปนั่งอยู่ที่ Bryant Park แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาสเก็ตช์แบบกระเป๋าที่อยากได้ เป็นกระเป๋าทรงแข็งที่มีช่องแยกสำหรับใส่โน้ตบุ๊กและแฟ้มเอกสารโดยเฉพาะ พร้อมสายสะพายที่ยาวพอจะคล้องทับเสื้อโค้ตในฤดูหนาวได้

สร้างแบรนด์ด้วยเงินเก็บที่ได้จากธุรกิจเสริม
เธอตัดสินใจนำเงินเก็บราว 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 ล้านบาท มาสร้างแบรนด์ Freja
ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากธุรกิจ Drop Shipping ขายกระเป๋าแบบไม่ต้องสต๊อกของที่ทำในช่วงเรียนปริญญาโท
โดยใช้จ้างโรงงานทำตัวอย่างในย่านบรู๊กลิน ผลิตต้นแบบกระเป๋าใบแรกในราคา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 67,000 บาท
กระทั่งช่วงฤดูร้อน เธอกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน เธอจึงใช้โอกาสนี้ตระเวนดูโรงงานที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตหนังวีแกน และสั่งผลิตกระเป๋าล็อตแรกจำนวน 300 ใบ พร้อมสร้างเว็บไซต์ เปิดแคมเปญการตลาด และเขียนบทความเล่าถึงแนวคิด และแนวทางการดำเนินธุรกิจของ Freja
โดยวางคอนเซ็ปต์ให้มีความเรียบง่าย ใช้ได้นานไม่ตกเทรนด์ ใช้งานได้หลากหลาย ทุกใบผ่านการทดลองใช้งานจริง และอยากให้ทุกคนรู้สึกมั่นใจที่ได้ใช้กระเป๋า
อีกทั้งวัสดุยังมีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย และมีน้ำหนักเบา และวัสดุทั้งหมดของเรายังได้รับการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX สำหรับสิ่งทอที่ผ่านการทดสอบสารอันตราย และปราศจากสาร PVC

เส้นทางที่ไม่ราบรื่น ก่อนถึงความสำเร็จ
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ยอดขายไม่ดีนัก หลังวางขายผ่านไป 4 สัปดาห์ เธอขายกระเป๋าได้เพียง 20 ใบเท่านั้น เธอต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี กว่าจะขายกระเป๋าล็อตแรกหมด
ท่ามกลางแรงกดดันด้านการเงิน เธอเลือกเดินหน้าต่อ ด้วยการสั่งผลิตสินค้าเพิ่มอีกล็อต ซึ่งมาพร้อมกระเป๋าดีไซน์ใหม่ และลงเงินโฆษณาบนโซเชียลมีเดียอย่างจริงจังมากขึ้น
ในที่สุดก็ขายกระเป๋าได้จำนวนมากในปี 2022 จนสร้างรายได้ต่อปีได้ถึง 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 57 ล้านบาท
ก่อนนำเงินที่ได้ รวมถึงเงินกู้จาก Shopify มาลงทุนพัฒนากระเป๋าดีไซน์ใหม่ๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยหวังขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม จากเดิมที่เน้นผู้หญิงวัยทำงานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ปีถัดมา Freja สร้างรายได้เพิ่มเป็น 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 178 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการชำระหนี้เงินกู้ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแบรนด์ Freja สะท้อนจากรายได้ ในปี 2024 สามารถสร้างรายได้ราว 423 ล้านบาท และในปี 2025 สร้างรายได้ราว 726 ล้านบาท
อ้างอิงข้อมูลจาก
Tags
Related Posts
ในยุคที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องเผชิญกับความผันผวนด้านราคาและกลไกตลาด การปรับตัวจากเกษตรกรถือเป็นทางรอดสำคัญ และหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของ คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่แห่ง “บ้านสวนย่าน้อย” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ผู้ที่เปลี่ยนความหลงใหลในการปลูกกุหลาบให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ด้วยการบริหารจัดการในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ พร้อมต่อยอดเป็น“กุหลาบอินทรีย์อบแห้ง” ขายในราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท และยังถูกนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น โลชั่นบำรุงผิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค จุดเริ่มต้นกุหลาบอินทรีย์ จุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เมื่อคุณนพเก้าตัดสินใจกลับมาสานต่ออาชีพเกษตรของครอบครัว พร้อมกับตั้งโจทย์ว่า “จะทำเกษตรอย่างไรให้ยั่งยืน และไม่ทำลายสุขภาพ” คำตอบจึงตกอยู่ที่การทำ “เกษตรอินทรีย์” เริ่มจากนาอินทรีย์ และขยายผลมาสู่ “กุหลาบ” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ตนเองชื่นชอบและสะสมสายพันธุ์ไม้ต่างๆ มาโดยตลอด โดยมองเห็นโอกาสในตลาดคนรักสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เธอจึงเลือกปลูกเป็นกุหลาบพันธุ์ไทยที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ มอญไกลกังว
19 กรกฎาคม 2569
ในยุคที่ผู้บริโภคนิยมซื้อของออนไลน์ “การไลฟ์สดขายของ” จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการความอยู่รอดและเติบโต ในงานสัมมนา SME X INFLUENCER ครั้งที่ 5 : ไลฟ์ยุคใหม่ ขายยังไง ให้ปังทุกแพลตฟอร์ม จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้สะท้อนเทรนด์สำคัญของยุค Live Commerce ที่มาแรงจากหลากหลายปรากฏการณ์ ตั้งแต่ “เทศกาลเจนนี่” ที่ทำให้ตลาดลุกเป็นไฟ สะท้อนชัดว่า ผู้บริโภคพร้อมซื้อจากคนที่ “เขาเห็นทุกวัน” มากกว่าจากโฆษณาที่เห็นเพียงครั้งเดียว จึงเป็นโอกาสของ SMEs ที่กล้าลงสนามและใช้ไลฟ์เป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่ตัวเลือกเสริมอีกต่อไป เชน ธนา นักไลฟ์หลักล้าน ที่เรียนรู้จากทุกยุค ประสบการณ์ 12 ปี บนเส้นทางธุรกิจ ตั้งแต่ยุคทีวี สู่ยุค TikTok Live “เชน-ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์อมาโด้ CEO นักไลฟ์ที่ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี มองว่า “การไลฟ์ขายของ” ผู้ขายต้องเข้าใจตัวเลข เช่น Conversion, จำนวนผู้ชมเฉลี่ย และเวลาที่คนพร้อมจ่ายเงินจริง เขาอธิบายถึง “ทฤษฎีโกงความรู้สึก” ที่เขานำมาใช้บนไลฟ์ เพื่อทำให้ผู้ชม “หยุดดู–อยากรู้–
18 กรกฎาคม 2569
ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat (RTE) ที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ “คิดต่างและสร้างคุณค่าใหม่” มักเป็นผู้ที่สามารถขยายตลาดได้จริง หนึ่งในนั้นคือ ชณา วสุวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด (VSC) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ รีโอส์ เดลิ (Reo’s Deli) จากเมนู ผักโขมอบชีสยอดนิยมในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เริ่มต้นจากครัวบ้านๆ และเติบโตสู่ยอดขายระดับร้อยล้าน ด้วย No-Bake Process นวัตกรรมที่ออกแบบเพื่อคุณภาพ–รสชาติ–ความสม่ำเสมอ พร้อมภาชนะถาดเยื่อพืชรักษ์โลก และการยกระดับผักโขมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ลูกค้า–คู่ค้า–เกษตรกร สู่ตลาด B2B และ Super Food ในอนาคต จากครัวบ้านๆ สู่แบรนด์ Reo’s Deli พร้อม Vision ชัดเจนตั้งแต่วันแรก แม้หลายคนยังลังเลกับเส้นทางชีวิต แต่ชณากลับเลือกสร้าง “ทางเดินของตัวเอง” อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เขาเติบโตมากับครอบครัวร้านอาหารฝรั่ง ทำให้คุ้นเคยกับอาหารยุโรปตั้งแต่วัยเด็ก แม้ศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการอาหารทันที หลังเรียนจบ เขาได้รับโอกาสบริหารงานด้าน Food & Beverage ในโรงแรม และต่อยอดด้าน Hote
18 กรกฎาคม 2569
จากคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร “คุณวิท – วริศ พรพงศา” ต้องผ่านบทเรียนจากธุรกิจแรกที่ล้มเหลว ก่อนนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน สร้าง “ร้านช้อน” และต่อยอดสู่ “ซิงซิง หม่าล่า” ด้วยการเรียนรู้จากคู่แข่ง พัฒนาสูตรน้ำซุปและเมนูที่แตกต่าง พร้อมใช้โซเชียลมีเดียสร้างการจดจำแบรนด์ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความคุ้มค่า จนทำให้แบรนด์เติบโตหลายสาขา บทเรียนจากความล้มเหลว ด้วยความชอบทำอาหาร คุณวิทจึงตั้งเป้าหมายกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนว่า สักวันหนึ่งจะต้องมี “ร้านอาหาร” เป็นของตัวเองให้ได้ ระหว่างเรียน เขาใช้เวลาไปช่วยรุ่นพี่และเพื่อนเปิดร้านอาหารอยู่บ้าง เพื่อหาประสบการณ์และรอเวลาลงมือสานฝันของตัวเอง หลังเรียนจบด้านสถิติเขาเปิดร้านหมูกรอบ เทรนด์อาหารยอดนิยมในขณะนั้น เพราะเป็นแนวสตรีตฟู้ด ทานง่าย ก่อนเปิดขายออนไลน์จนสามารถเก็บทุนได้จำนวนหนึ่งมาเปิดหน้าร้านแรก “ทำธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่แค่ชอบทำอาหารแล้วจะประสบความสำเร็จได้” คุณวิทเล่าเสริม เขาเจอ “Pain Point” มากมาย ทั้ง Cashflow การจัดการต้นทุน การบริหารคน รวมถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ ทำให้ธุรกิจแรกของเขาเดินทางสู่ “ความล้มเหลว” เขาจึงนำ “บทเรีย
18 กรกฎาคม 2569
เรื่องราวของ Jenny Lei วัย 28 ปี ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Freja กระเป๋าที่เซเลปชื่อดังของต่างประเทศยังเลือกใช้ โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 726 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จุดเริ่ม Freja จุดประกายไอเดียจากชีวิตประจำวัน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 Jenny Lei กำลังจะเรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล และกำลังเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานที่นิวยอร์ก เธอพยายามลองจับคู่กระเป๋าที่มีอยู่ 3 ใบให้เข้ากับชุดที่ใส่ แต่กลับไม่มีใบไหนเข้ากันได้เลย เพราะใบหนึ่งเล็กเกินไป ส่วนอีกใบไม่ค่อยมีช่องเก็บของข้างใน “การแต่งตัวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันมีความมั่นใจ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเริ่มต้นผิดตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งที่ก็ตื่นเต้นมากอยู่แล้ว” เธอเล่าเสริม หลังจบการสัมภาษณ์ เธอไปนั่งอยู่ที่ Bryant Park แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาสเก็ตช์แบบกระเป๋าที่อยากได้ เป็นกระเป๋าทรงแข็งที่มีช่องแยกสำหรับใส่โน้ตบุ๊กและแฟ้มเอกสารโดยเฉพาะ พร้อมสายสะพายที่ยาวพอจะคล้องทับเสื้อโค้ตในฤดูหนาวได้ สร้างแบรนด์ด้วยเงินเก็บที่ได้จากธุรกิจเสริม เธอตัดสินใจนำเงินเก็บราว 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 ล้านบาท มาสร้างแบรนด์ Freja ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากธุรกิจ Drop Sh
18 กรกฎาคม 2569
เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็น “เพื่อนสนิทที่รู้ใจ” ในชีวิตประจำวันไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด Google ได้เผยรายงาน Gemini Report: Southeast Asia 2026 ซึ่งตอกย้ำว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตในการใช้งาน Gemini รวดเร็วกว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ ของ Google โดยมียอดผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนไทย ที่หันมาใช้ Gemini กันอย่างล้นหลาม พูดภาษาท้องถิ่นชัดแจ๋ว ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย เคล็ดลับความปังของ Gemini คือ “ความเข้าใจในภาษาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง” โดยเกือบ 70% ของคำสั่ง (Prompts) ถูกส่งด้วยภาษาท้องถิ่น ซึ่งประเทศที่เป็นผู้นำเทรนด์นี้ ได้แก่ อันดับ 1 เวียดนาม 89% อันดับ 2 ไทย 87% และอันดับ 3 อินโดนีเซีย 84% สถาบันวิจัย AI Singapore (AISG) ได้ประเมินผ่านกรอบ SEA-HELM และยกให้ Gemini เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ประสิทธิภาพดีที่สุดในภาษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเข้าใจบริบทวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำ ต่อมา กลุ่มผู้ใช้งานหลัก คือคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็น 40% ของประชากรในภูมิภาค โดยวัยรุ่นกล
17 กรกฎาคม 2569