ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% ราคาน้ำมันพุ่ง-คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาด : อินโฟเควสท์
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (7 ก.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กดดันตลาด ขณะที่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานช่วยจำกัดการปรับตัวลงโดยรวม
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,822.13 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.08%
ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังการโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลให้ปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ
ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากสงครามทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงในวันจันทร์ โดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ยาและร้านขายของชำ และกลุ่มเครื่องดื่ม ลดลง 0.9% และ 1.3% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยหุ้น BP และ Shell ต่างเพิ่มขึ้นประมาณ 1%
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษ เพื่อประเมินสัญญาณเพิ่มเติมว่าเศรษฐกิจทั้งสองประเทศยังคงรับมือกับสถานการณ์ได้ดีเพียงใด
ดัชนี FTSE 100 แทบไม่เปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ดัชนีหุ้นขนาดกลางร่วงลงมากที่สุดในรอบ 3 เดือนนับตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสินทรัพย์เสี่ยง
จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ พยายามนำเสนอภาพที่สดใสขึ้นของเศรษฐกิจก่อนการประกาศงบประมาณประจำปี ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
หุ้น Standard Life ปรับตัวขึ้น 2% หลังบริษัทประกันรายงานกำไรในช่วงครึ่งปีแรกดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
หุ้น Ashmore ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่มุ่งเน้นตลาดเกิดใหม่ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1% หลังรายงานกำไรประจำปีเพิ่มขึ้น 17% แต่พลาดเป้าหมายที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไปเล็กน้อย
หุ้น Spire Healthcare ปรับตัวขึ้นประมาณ 3% หลังตกลงที่จะถูกเข้าซื้อกิจการโดยกลุ่มบริษัทที่ประกอบด้วยกองทุนซึ่งบริหารโดย Toscafund, Three Hills และ Ares โดยข้อตกลงดังกล่าวประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1,026 ล้านปอนด์ หรือ 1.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นอังกฤษอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 1 เดือนอย่างมาก เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ (7 ก.ย.) เนื่องในวันแรงงาน
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช