ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.5% ต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง ขณะที่หุ้น British American Tobacco ร่วงลงหลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,636.71 จุด ลดลง 48.17 จุด หรือ -0.45%
ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. หลังหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 1.9% โดยหุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่าง BP และ Shell ปรับตัวลง 2.3% และ 1.7% ตามลำดับ
ราคาน้ำมันปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาปริมาณน้ำมันจากตะวันออกกลาง แม้ยังมีความกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมัน
หุ้น British American Tobacco ลดลง 1.9% หลังบริษัทเตือนว่าการเติบโตของผลประกอบการในปีนี้มีแนวโน้มอยู่ที่ระดับต่ำสุดของกรอบคาดการณ์
หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Unilever และ Tesco ลดลง 1.2% และ 1.7% ตามลำดับ
ดัชนีหุ้นกลุ่มสินค้าในครัวเรือนและการก่อสร้างบ้านลดลง 1.3%
หุ้น AstraZeneca ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ ปรับตัวลง 0.5% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน โดยบริษัทเปิดเผยว่าจะลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ใน Summit Therapeutics ซึ่งเป็นบริษัทไบโอเทคโนโลยี/ชีวเภสัชภัณฑ์จากสหรัฐฯ
ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ธนาคารกลางอังกฤษเปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันแก่ภาคครัวเรือนอังกฤษในเดือนส.ค.ขยายตัวในอัตรารายปีเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2536 สะท้อนความต้องการบริโภคที่ยังคงแข็งแกร่งก่อนการประกาศงบประมาณในเดือนต.ค.
ผลสำรวจของสมาคมผู้ค้าปลีกอังกฤษระบุว่า อัตราเงินเฟ้อจากราคาสินค้าในร้านค้าของอังกฤษชะลอตัวลงเล็กน้อยในเดือนก.ย. แม้ผู้ค้าปลีกยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนจากสงครามอิหร่าน
นักลงทุนยังรอติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษในไตรมาส 2 ซึ่งจะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจของอังกฤษ
ด้านแอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูประเทศด้วยการแก้ไขปัญหาสำคัญที่อังกฤษเผชิญอยู่ ทั้งด้านการดูแลสังคม ที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภค
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช