จากฟาร์มสู่ฟู้ดเทค! เจาะแนวคิดปั้นสินค้าเกษตรไทย สู่ ‘Future Food’ ตลาดโต 10% ต่อปี - เทคโนโลยีชาวบ้าน
ในวันที่ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสครั้งใหญ่ ชื่อของ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Co-Founder ของ Tastebud Lab และ BIO Buddy กลายเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่พยายามเชื่อมโลกของ “เกษตร” เข้ากับ “อาหารแห่งอนาคต” อย่างมีทิศทาง โดยไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ประกอบการ แต่เลือกวางบทบาทเป็น “บัดดี้” หรือเพื่อนร่วมทางของเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ทอัพ ที่ต้องการยกระดับผลผลิตไปสู่ตลาดมูลค่าสูง
แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการมองปัญหาให้กลายเป็นโอกาส ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปี คุณสันติมองเห็นความเคลื่อนไหวของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน จึงได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดผลผลิตทางการเกษตรของไทยที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพ จึงยังไม่ถูกต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกอย่างเต็มที่ คำตอบของคือการขาดการเชื่อมโยงระหว่าง “ต้นน้ำ” อย่างเกษตรกร กับ “ปลายน้ำ” อย่างตลาดและนวัตกรรม

“Tastebud Lab จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย ไปจนถึงหน่วยงานสนับสนุนด้านทุนและตลาด โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ การผลักดันผลผลิตเกษตรไทยไปสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืน และตลาดอาหารแห่งอนาคตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก”
เริ่มจากสิ่งที่มี สู่มูลค่าสูง
เกษตรกรจับมือวิจัย สู่อาหารอนาคต
ในช่วงเริ่มต้น คุณสันติ เล่าว่า ได้ลงพื้นที่จริงพูดคุยกับเกษตรกร เพื่อศึกษาห่วงโซ่อาหารทั้งระบบ พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดได้ ตั้งแต่ขมิ้นชัน กระเทียมดำ ไปจนถึงโปรตีนทางเลือกอย่างเห็ดแครง ไข่ผำ สาหร่าย หรือแม้แต่พืชพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยอย่างกล้วย ข้าว และถั่วต่างๆ
แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การมองเห็นมิติใหม่ของวัตถุดิบเหล่านั้น ว่าสามารถพัฒนาไปเป็นอะไรได้บ้าง ในโลกที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพ โภชนาการ และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

คุณสันติย้ำว่า เกษตรกรไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทั้งหมด เพราะความหลากหลายคือจุดแข็งของประเทศไทย หากทุกคนปลูกหรือผลิตเหมือนกัน ประเทศจะสูญเสียทั้งโอกาสทางตลาดและความหลากหลายทางชีวภาพ ในทางกลับกันหากแต่ละพื้นที่พัฒนาจุดเด่นของตัวเองและเชื่อมโยงกันได้ จะเกิดเป็นระบบที่แข็งแรงและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
“สำหรับเกษตรกรรายย่อยที่อยากเริ่มต้น ผมอยากให้เริ่มจากสิ่งที่มีก่อน สำรวจศักยภาพของตัวเองก่อน ทั้งในแง่คุณภาพการผลิต มาตรฐาน และโอกาสทางตลาด จากนั้นจึงค่อยเชื่อมโยงกับงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่ เพื่อพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางเพียงลำพัง แต่สามารถหาพาร์ตเนอร์หรือบัดดี้ ที่มีเป้าหมายเดียวกันมาร่วมทาง”
ภาพของการทำงานร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายพื้นที่ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการต่อยอดเห็ดแครง จากอาหารพื้นถิ่นในภาคใต้ สู่ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต ทั้งในรูปแบบเห็ดแครงอบแห้ง อาหารโปรตีนจากพืช ไปจนถึงผงโรยข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จากเดิมที่ขายได้เพียงหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม วันนี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ

ปลูกอย่างเกื้อกูล สร้างมูลค่ายั่งยืน
นอกจากนี้ แนวคิด “เกษตรฟื้นฟู” หรือ Regenerative Agriculture ยังถูกยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในอนาคต เพราะไม่ใช่แค่การผลิตอาหาร แต่คือการฟื้นฟูดิน น้ำ และระบบนิเวศไปพร้อมกัน เมื่อเกษตรกรทำได้จริง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ผลผลิตที่ดีขึ้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดคุณภาพสูงที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
“การทำแบบฟื้นฟูฟื้นสร้าง คือการทำงานแบบเกื้อกูลกัน จากนั้นคุณจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกเยอะมากเลย แล้วก็ผลผลิตของคุณเมื่อไปเจอกับตลาด หรือพวกที่ต้องการจะซื้อสินค้าคุณ จะไม่ได้คุยในเชิงปริมาณ แต่จะเน้นคุณภาพว่าที่คุณทำเนี่ยดิน หรือว่าความหลากหลายทางชีวภาพจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินของคุณ แหล่งน้ำที่อยู่ในพื้นที่ของคุณเนี่ยเป็นอย่างไร”

ติดปีกเกษตรไทยด้วย AI
ป้อนตลาดอาหารสุขภาพโลก
ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรก้าวทันโลก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์การผลิต การลดต้นทุน หรือแม้แต่การเข้าถึงตลาดใหม่ๆ คุณสันติมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นโอกาสที่เกษตรกรสามารถค่อยๆ เรียนรู้และนำมาใช้ เพื่อยกระดับการทำงานของตัวเอง
เมื่อมองไปข้างหน้าตลาดอาหารแห่งอนาคตกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีแรงขับเคลื่อนจากกระแสสุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ หรือที่เรียกว่า Longevity Economy ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่อาหารที่อิ่มท้อง แต่ต้องการอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะบุคคล มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และปลอดภัยต่อทั้งตัวเองและสิ่งแวดล้อม

“ปัจจุบันคนต้องการอาหารที่มีประโยชน์ คือโปรตีนถึงไหม ไฟเบอร์ถึงไหม เราได้เติมโพรไบโอติกเข้าไปในร่างกายรึเปล่า เราได้เติม Antioxidant กลุ่มวิตามินที่ดี อายุยืนยาวแล้วต้องดูดีด้วยแบบนี้ครับ ผลผลิตเกษตรของเราเนี่ยปลอดภัยไหม ผลผลิตเกษตรมีงานวิจัยสามารถไปตอบโจทย์ด้านใดที่คนต้องการ”
Future Food โตทะลุ 10% ส่งออก!
โอกาสใหม่ของเกษตรกรไทย
Future Food หรือว่าด้านอาหารแห่งอนาคต คุณสันติ เล่าว่า กำลังไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ เติบโตมากกว่า 10% ของการส่งออกทั้งหมด หรือมีมูลค่าเกินกว่า 250,000,000,000 บาท นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของเกษตรกรไทย ที่ต้องเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า “เราจะขายแค่ผลผลิต” หรือ “เราจะขายคุณค่า” เพราะในโลกอนาคต ปริมาณอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่เรื่องราว นวัตกรรม และผลกระทบเชิงบวก คือสิ่งที่จะกำหนดความสำเร็จอย่างแท้จริง

“ผมเป็นกำลังใจให้เกษตรกรทุกคนนะครับ อยากที่จะเห็นผลผลิตทางการเกษตรที่ดีที่พอเรากินแล้วเนี่ย แน่นอนว่าเราอยากให้ตัวเราดี ตัวเราปลอดภัย แล้วคนก็ตั้งคำถามนะแล้วที่บ้านคุณนะดีด้วยไหม ถ้าทั้งสองอย่างนี้ดี ยั่งยืนแน่นอนเติบโตได้ต่อเนื่องแน่นอน”
คุณสันติฝากถึงเกษตรกรไทยว่า การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่โต แต่อาจเริ่มจากการเปิดใจ เรียนรู้ และมองหาเพื่อนร่วมทาง เพราะเมื่อมีบัดดี้ที่เข้าใจและเดินไปในทิศทางเดียวกัน การก้าวสู่โลกของอาหารแห่งอนาคต ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 19 มีนาคม 2569
Tags
Related Posts
หากใครกำลังมองหาเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ รสเปรี้ยวหวาน ซ่าเบา ๆ หอมสดชื่น ดื่มแล้วได้ฟีลพิเศษในทุกโมเมนต์ ขอแนะนำเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้ง “ เบียงวิก้า” ( BIENVICA) ที่ผสานพลังธรรมชาติจาก ดอกกุหลาบ แอปเปิ้ลไซเดอร์ และสารสกัดจากต้นกระบองเพชรโนปาล ดื่มสนุก ได้บรรยากาศเหมือนจิบแชมเปญแต่ 0% แอลกอฮอล์ ให้ทั้งความสดชื่นและความผ่อนคลาย เหมาะสำหรับสายสุขภาพในช่วงที่อยากรีเฟรชตัวเอง ผลิตภัณฑ์เบียงวิก้าเป็นผลงานของ Startup สายเกษตร คือ คุณตั้ม – ธนกฤต ลี้ไวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สกลนคร สร้างสุข จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 172 หมู่ 5 บ้านฮางโฮง อำเภอเมือง เทศบาลนครสกลนคร จังหวัดสกลนคร อีเมล: [email protected]. โทร: 064 654 0592 FB : Bienvica เบียงวิก้า – Beyond Cider รู้จัก “ โนปาล ” กระบองเพชรกินได้ กระบองเพชรกินได้ มีชื่อเรียกในเม็กซิโกว่า โนปาล (Nopal) มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Opuntia ficus-indica ในเม็กซิกมีการค้นพบ Opuntia เป็นพืชในตระกูลกระบองเพชร ประมาณ 114 ชนิด ชาวอเมริกาใต้ใช้โนปาลเป็นพืชอาหารมานานกว่า 1,200 ปี โนปาลเป็นทั้งผักและผลไม้ กินได้ทั้งดิบและสุก นิยมนำใบอ่อนม
17 กรกฎาคม 2569
ในวันที่ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสครั้งใหญ่ ชื่อของ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Co-Founder ของ Tastebud Lab และ BIO Buddy กลายเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่พยายามเชื่อมโลกของ “เกษตร” เข้ากับ “อาหารแห่งอนาคต” อย่างมีทิศทาง โดยไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ประกอบการ แต่เลือกวางบทบาทเป็น “บัดดี้” หรือเพื่อนร่วมทางของเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ทอัพ ที่ต้องการยกระดับผลผลิตไปสู่ตลาดมูลค่าสูง แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการมองปัญหาให้กลายเป็นโอกาส ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปี คุณสันติมองเห็นความเคลื่อนไหวของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริโภคเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน จึงได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดผลผลิตทางการเกษตรของไทยที่มีความหลากหลายและมีศักยภาพ จึงยังไม่ถูกต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกอย่างเต็มที่ คำตอบของคือการขาดการเชื่อมโยงระหว่าง “ต้นน้ำ” อย่างเกษตรกร กับ “ปลายน้ำ” อย่างตลาดและนวัตกรรม “Tastebud Lab จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย ไปจนถึงหน่วยงานสนับสนุนด้านทุนและตลาด โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ การผลักดันผลผลิตเกษตรไทยไปสู่ระบ
17 กรกฎาคม 2569
สมัยก่อนมักเข้าใจผิดว่ามีพื้นที่น้อยจะไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่ปัจจุบันพื้นที่น้อยสามารถสร้างรายได้ให้กับหลายๆ คนได้ชนิดที่ว่ามากกว่าการทำงานประจำ โดยเฉพาะในช่วงนี้การปลูกดอกไม้ที่สมัยก่อนเป็นเพียงการประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในยุคนี้เป็นสินค้าสวยงามที่ทำเงินให้กับผู้ปลูกได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ชนิดที่ว่าแซงเงินเดือนงานประจำและมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในอนาคตได้อีกด้วย คุณฐิรนาถ นิธิภัทร์ธนโภคิน หรือ คุณฝน ได้มีแนวความคิดและสร้างจุดเริ่มต้นของการปลูกดอกไม้กินได้ขึ้น โดยศึกษาในเรื่องของสายพันธุ์ต่างๆ ว่าแบบไหนดอกสีอะไรเป็นที่ต้องการของตลาด จากนั้นจึงหาซื้อพันธุ์ดอกไม้จากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับเรียนรู้การขยายพันธุ์เอง นอกจากทำให้มีผลผลิตตลอดปีแล้ว ยังประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ใช้พื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไม่ถึง 20 ตารางวา ปลูกดอกไม้ คุณฝน เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำงานประจำอยู่ที่บริษัท ต่อมาเมื่อได้มาแต่งงาน จึงได้ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว เพราะต้องดูแลลูกน้อยที่ยังเล็กอยู่ และในขณะนั้นคุณแม่ของสามีพาคุณฝนไปซื้อต้นไม้ที่มีดอกสวย
17 กรกฎาคม 2569
ทุกปีผักและผลไม้บนพื้นที่สูงของไทยจำนวนไม่น้อยต้องสูญเสียคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงเพราะกระบวนการผลิต แต่เกิดจากข้อจำกัดด้านการขนส่งในพื้นที่สูงที่มีสภาพภูมิประเทศซับซ้อน เส้นทางคดเคี้ยว ภูเขาสูง และบางช่วงถูกตัดขาดในฤดูฝน ส่งผลให้ผลผลิตเกิดความเสียหายระหว่างทาง สูญเสียความสด และต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงกว่าพื้นที่ทั่วไปหลายเท่า ปัญหาดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งรายได้ของเกษตรกร และลดศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยมาอย่างยาวนาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคการเกษตรไทย และเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากผลผลิตจำนวนมากยังสูญเสียมูลค่าระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่สูงหรือพื้นที่เข้าถึงยาก ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้ บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด ดำเนินโครงการ “การใช้เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการขนส่งผลิตผลเกษตรพื้นที่สูง”ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. โดยมี นายอัศวิน โรมนรัต
16 กรกฎาคม 2569
คุณชัยวิชท์ ทาสีดำ หรือ โย และ คุณทิพยาภรณ์ สอนประเทศ หรือ ดา สองสามีภรรยาชาวหนองบัวลำภู อดีตพนักงานประจำ ลาออกจากงานมาเป็นเกษตรกรปลูกอ้อยสุพรรณบุรี 50 คั้นน้ำขาย สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัววันละ 3,000-5,000 บาท คุณดา เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการประกอบอาชีพคั้นน้ำอ้อยขาย เกิดจากที่สามีของตนเองคือคุณโย เคยทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมโรงงานน้ำตาลมาก่อนเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี เห็นการใช้สารเคมีในอ้อยค่อนข้างเยอะทำให้เกิดแรงจูงใจอยากทำเกษตรแบบปลอดสาร และอีกเหตุผลคืออยากที่จะมีทางเลือกมีช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่สามารกำหนดราคาขายเองได้ ทั้งๆ ที่เป็นคนปลูกเอง จึงกลับมาคิดทบทวนว่าจะทำอย่างไรที่เมื่อปลูกอ้อยแล้วไม่ต้องเอาไปส่งให้กับโรงงานเพียงอย่างเดียว โดยที่คุณภาพและราคาเป็นคนกำหนดเอง อุปสรรคช่วงเริ่มต้นมีมากมาย ผ่านมาได้เพราะความตั้งใจ หลังจากที่ตัดสินใจจะเลิกส่งอ้อยให้กับโรงงาน คุณดา เล่าให้ฟังว่า ตนเองและสามีเริ่มจากการช่วยกันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมก่อนว่าอ้อยที่ปลูกนอกจากส่งโรงงานแล้วสามารถนำมาทำอะไรได้อีก จนได้ค้นพบว่าสามารถเอามาทำอ้อยก้อนได้ ก็ไม่รอช้าที่จะลงมื
16 กรกฎาคม 2569
หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “กุหลาบ” ในฐานะดอกไม้แห่งความรัก ที่มักถูกมอบให้กันในโอกาสพิเศษ แต่สำหรับบางคนกุหลาบไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่ความสวยงามหรือความหอม หากยังสามารถต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง สร้างอาชีพที่มั่นคง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำเกษตรอย่างมีความสุขได้อีกด้วย เมื่อความหลงใหลผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นมากกว่าดอกไม้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เติบโตจากหัวใจของคนปลูก เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย สวนกุหลาบอินทรีย์ของ คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้หลงใหลการปลูกกุหลาบ พร้อมทั้งนำกุหลาบดอกใหญ่ กลิ่นหอม มาปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ ก่อนต่อยอดเป็นชากุหลาบอบแห้ง ที่ผู้บริโภคสามารถชงดื่มได้อย่างมั่นใจ เพราะทุกขั้นตอนการผลิตให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการแปรรูป กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จากหลงรัก…สู่ชากุหลาบอินทรีย์ ช่วยพลิกสวน สร้างเกษตรมูลค่าสูง คุณนพเก้า เล่าว่า ครอบครัวทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า กระทั่งในปี 2555 เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านเกิดอย่างเต็มตัว จึงเริ
16 กรกฎาคม 2569