Geely Galaxy Battleship 700 Off-road ทรงกล่อง ขุมพลัง PHEV 3 มอเตอร์ 1,129 แรงม้า วิ่งไฟฟ้า + น้ำมัน 1,770 กม. (CLTC) - HeadLight Magazine
21 กันยายน 2026 เวลา 23:23 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide, NEWS | โดย QCXLOFT | อ่านไปแล้ว: 10 ครั้ง
Geely Galaxy เปิดรับจองล่วงหน้าสำหรับ Galaxy Battleship 700 (ชื่อภาษาจีน 银河战舰700 / Zhanjian 700) รถยนต์สไตล์ Off-road SUV สายลุย ขุมพลัง Plug-in Hybrid ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ วางตำแหน่งเป็น Mid-Large SUV ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม GTA หรือ Geely Terrain Architecture สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่สาย Off-road พร้อมเทคโนโลยี AI New Energy Off-road Technology ของ Geely


Geely Galaxy Battleship 700 เปิดราคา Pre-sale ในจีนแบ่งเป็น 6 รุ่น ดังนี้
- 305 km 1.5T 2WD Explorer : 199,800 หยวน หรือประมาณ 8.9 แสนบาท
- 305 km 1.5T 2WD Explorer+ : 209,800 หยวน หรือประมาณ 9.4 แสนบาท
- 280 km 1.5T 3-Motor 4WD : 229,800 หยวน หรือประมาณ 1.03 ล้านบาท
- 280 km 1.5T 3-Motor 4WD+ : 239,800 หยวน หรือประมาณ 1.07 ล้านบาท
- 270 km 2.0T 3-Motor 4WD : 269,800 หยวน หรือประมาณ 1.21 ล้านบาท
- Land Ark Edition : 389,800 หยวน หรือประมาณ 1.74 ล้านบาท จำกัด 700 คัน
(ราคาเงินบาทคำนวณคร่าวๆ ที่ 1 หยวน ≈ 4.47 บาท ไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า) ราคาหยวนตามประกาศ Pre-sale ของ Geely

Galaxy Battleship 700 มาในรูปทรง Boxy SUV เน้นเส้นสายเหลี่ยมสัน ด้านหน้าใช้แนวคิดการแบบ Awakening Lion of the East ติดตั้งไฟหน้า Eye of the Sky พร้อมกระจังหน้าทรงแนวนอนและโลโก้ Galaxy แบบเรืองแสง ส่วนด้านท้ายติดตั้งไฟท้าย Star Matrix แนวตั้งและยางอะไหล่แบบแขวนด้านนอก ตัวรถมีความยาว 5,085 มิลลิเมตร กว้าง 1,999 มิลลิเมตร สูงประมาณ 1,895 – 1,925 มิลลิเมตร ตามการติดตั้งอุปกรณ์ และมีระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร รองรับห้องโดยสารทั้งแบบ 5 และ 6 ที่นั่ง
จุดน่าสนใจอยู่ที่โครงสร้าง GTA ซึ่งใช้ตัวถังแบบ Unibody ผสานคานโครงสร้างเสริมแบบ Integrated Frame โดย Geely ระบุค่าความแข็งแรงต่อแรงบิดของตัวถังมากกว่า 40,000 Nm/degree ขณะที่ระยะต่ำสุดจากพื้นขณะรถเปล่าอยู่ที่ 233 มิลลิเมตร มุมไต่ 30 องศา มุมจาก 31 องศา และลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร

ภายในยังคงคอนเซ็ปต์รถสายลุยด้วยแผงแดชบอร์ดแนวนอน พวงมาลัย Multifunction จอกลางแบบลอยตัว และชุดควบคุม Off-road Control Island บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งรวมสวิตช์และลูกบิดสำหรับควบคุมระบบขับเคลื่อนเอาไว้ พร้อมกับเลือกใช้ปุ่มกดจริงจำนวนมาก แทนการโยนทุกฟังก์ชันเข้าไปอยู่ในหน้าจอ อุปกรณ์เด่นมีทั้งระบบเชื่อมต่อหน้าจอหลายตำแหน่ง ระบบ Super EVA เบาะคู่หน้าพร้อมระบบนวด 14 จุด ระบบทำความร้อนและระบายอากาศเบาะ ตู้เย็นขนาด 18.5 ลิตร ที่เปิดใช้งานได้จากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงหลังคากระจก Panoramic Roof แบบเปิดได้ 2 ทิศทาง




ขุมพลังขับเคลื่อนของ Galaxy Battleship 700 เวอร์ชั่นจีน เป็นแบบ Plug-in Hybrid มีให้เลือก 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1.5T 2WD / 1.5T 3-Motor 4WD และ 2.0T 3-Motor 4WD
1.5T 2WD
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว (ยังไม่ทราบตัวเลขพละกำลังสูงสุด) พร้อมระบบส่งกำลัง 3-speed Dedicated Hybrid Transmission และแบตเตอรี่ CATL Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 47.14 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 300 kW ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ไม่ระบุ
- ความเร็วสูงสุด 200 km/h
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน สูงสุด 305 กิโลเมตร (CLTC)
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า + น้ำมัน สูงสุด 1,770 กิโลเมตร (CLTC)
1.5T 3-Motor 4WD
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (ยังไม่ทราบตัวเลขพละกำลังสูงสุด) พร้อมระบบส่งกำลัง 3-speed Dedicated Hybrid Transmission และแบตเตอรี่ CATL Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 47.14 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 300 kW ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ไม่ระบุ
- ความเร็วสูงสุด 200 km/h
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน สูงสุด 280 กิโลเมตร (CLTC)
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า + น้ำมัน สูงสุด ไม่ระบุ
2.0T 3-Motor 4WD
เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 218 แรงม้า (PS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว พละกำลังรวมสูงสุด 1,129 แรงม้า (PS) พร้อมระบบส่งกำลัง 3-speed Dedicated Hybrid Transmission และแบตเตอรี่ CATL Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 47.14 kWh ขับเคลื่อน 4 ล้อ รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 300 kW ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
- อัตราเร่ง 0-100 km/h 3.95 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 220 km/h
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน สูงสุด 270 กิโลเมตร (CLTC)
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า + น้ำมัน สูงสุด ไม่ระบุ


ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น 3 มอเตอร์ มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ มอเตอร์ P4 แยกอิสระสำหรับล้อหลังซ้ายและขวา ทำให้สามารถควบคุมและกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อได้อย่างอิสระ โดยมอเตอร์หลังแต่ละตัวมีกำลังสูงสุด 220 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 300 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดที่ล้อสูงสุด 4,500 นิวตันเมตร/ข้าง เสริมด้วย Rear Axle Mechanical Differential Lock ที่สามารถล็อกการทำงานได้ภายในประมาณ 0.2 วินาที
ระบบ AI Intelligent 4WD สามารถสลับรูปแบบการขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้า ล้อหลัง และ 4 ล้อได้โดยอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ พร้อมฟังก์ชันสำหรับการขับแบบ Off-road อาทิ Crab Walk และ Waltz Turn Around สำหรับช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด โดย Geely ระบุว่าสามารถทำ U-turn ได้ในพื้นที่เพียง 3.36 เมตร ขณะที่การขับขี่ปกติมีรัศมีวงเลี้ยวต่ำสุดประมาณ 5.5 เมตร

ด้านช่วงล่าง รุ่น 2.0T 4WD มาพร้อม Dual-Chamber Closed Air Suspension ทำงานร่วมกับระบบควบคุมแรงหน่วง CCD – Continuous Damping Control ที่สามารถปรับการทำงานได้สูงสุด 500 ครั้ง/วินาที พร้อมระบบ High-Precision Magic Carpet ซึ่งใช้ข้อมูลสภาพพื้นผิวถนนด้านหน้าเพื่อเตรียมการทำงานของช่วงล่างล่วงหน้า ขณะที่ระยะยุบ-ยืดของช่วงล่างสูงสุดอยู่ที่ 280 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มขีดความสามารถเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางทุรกันดาร
นอกจากนี้ยังติดตั้ง AI All-Terrain Digital Chassis ทำงานร่วมกับ G-ATS Intelligent All-Terrain System เพื่อบริหารการทำงานของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และระบบควบคุมเสถียรภาพให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว รวมถึงระบบ Tire Blowout Stability Control ช่วยควบคุมตัวรถเมื่อยางแตก, Collision Stability Control ช่วยรักษาเสถียรภาพหลังเกิดการชนด้านข้าง และ AES – Automatic Emergency Steering สำหรับช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวางในสถานการณ์ฉุกเฉิน


ด้านความปลอดภัย มีระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางแตก ระบบควบคุมสเถียรภาพหลังเกิดการชน Collision Stability Control และระบบหลบหลีกฉุกเฉิน AES ขณะที่ระบบช่วยการขับขี่ ADAS จะใช้เทคโนโลยี Qianli Haohan H7 ชิป NVIDIA Thor-U กำลังประมวลผล 700 TOPS พร้อมเซนเซอร์ LiDAR 3 ตัว, กล้องความละเอียดสูง 11 ตัว, Ultrasonic Sensor 12 ตัว และเรดาร์ตรวจจับน้ำ 2 ตัว รองรับ Highway/Urban NOA, D2D Navigation และระบบจอดรถอัตโนมัติ
Geely Galaxy ระบุว่า หลังเปิด Pre-sale เพียง 9 นาที มียอดสั่งจองมากกว่า 10,000 คัน และเพิ่มเป็น 43,900 คันภายใน 60 นาที ขณะที่ Land Ark Edition จำนวนจำกัด 700 คัน ถูกจองครบภายใน 12 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดสั่งจองในช่วง Pre-sale ซึ่งยังไม่ควรนับเท่ากับยอดขายหรือยอดส่งมอบจริง
Galaxy Battleship 700 จึงนับเป็นการรุกตลาด New Energy Off-road SUV อย่างจริงจังของ Geely โดยนำจุดแข็งของระบบ Plug-in Hybrid ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์อิสระ และเทคโนโลยีควบคุมตัวรถด้วย Software มารวมเข้ากับรูปแบบของรถ SUV สายลุยดั้งเดิม ซึ่งตลาดกลุ่มนี้ในจีนกำลังมีคู่แข่งอย่าง BYD Fang Cheng Bao และ GWM TANK เข้ามาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น
ที่มา : Geely Galaxy