“ฟินันเซีย ไซรัส” แนะซื้อ GLOBAL เป้าใหม่ 8.30 บาท มองกำไรครึ่งปีหลังโตต่อ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ภายหลังบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.1% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ หากตัดรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 21% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้ 35% และ 39% ตามลำดับ จากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัวโดดเด่น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่ารายได้รวมในไตรมาส 2/2569 จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดขายจากสาขาใหม่สามารถชดเชยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลง 4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนได้ หลังบริษัททยอยปรับขึ้นราคาสินค้าตั้งแต่ต้นไตรมาส
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 31.6% เพิ่มขึ้นจาก 25.4% ในไตรมาส 2/2568 และ 26.6% ในไตรมาส 1/2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขาย ขณะที่ต้นทุนสินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับต่ำ ราคาสินค้าเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น และสัดส่วนการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท (Private Brand) ที่เพิ่มเป็น 27.5% จาก 24% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) จะปรับเพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่สามารถชดเชยได้จาก GPM ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจในประเทศเมียนมา รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
ด้านแนวโน้มไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยระบุว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในเดือนกรกฎาคมยังอ่อนตัว คาดลดลงราว 5% YoY อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้รับการชดเชยจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังอยู่ในระดับสูง จากต้นทุนสินค้าคงคลังเดิมที่ต่ำ การปรับราคาขายที่ยังส่งผลต่อเนื่อง รวมถึงสัดส่วนยอดขายสินค้า Private Brand ที่เพิ่มขึ้น
จากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 14.7% เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และแนวโน้ม GPM ในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 อีก 1.2% และในปี 2571 ปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีก 1.4%
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 35.3% จากปีก่อน จากแรงหนุนของอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง ขณะที่กำไรปี 2570 มีแนวโน้มลดลง 7.1% จากฐาน GPM ที่อยู่ในระดับสูงในปี 2569 ซึ่งประเมินว่าเป็นผลบวกระยะสั้น
แม้ผลบวกต่อ GPM จะทยอยลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แต่คาดว่าผลประกอบการยังสามารถเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายวิจัยจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GLOBAL พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 8.30 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่าแบบ DCF ภายใต้สมมติฐาน WACC 7.5% และ Terminal Growth 2%
Back to top button