Global Wellness Summit 2026 เวทีที่สะท้อนว่า Wellness ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของโลก
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การแข่งขันระหว่างประเทศอาจอยู่ที่การเป็นฐานการผลิต ศูนย์กลางการเงิน หรือฮับด้านเทคโนโลยี แต่วันนี้ Wellness กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งสนามแข่งขันของเศรษฐกิจโลก
ตัวเลขล่าสุดจาก Global Wellness Institute ชี้ว่า มูลค่าเศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกในปี 2024 แตะ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 228.1 ล้านล้านบาท) และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 7.6% ต่อปี จนเข้าใกล้ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 336.9 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ อุตสาหกรรมนี้มีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมยาถึงเกือบ 4 เท่า และคิดเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลก สะท้อนว่าโลกกำลังขยับจากโมเดล ‘รักษาเมื่อป่วย’ สู่การลงทุนกับการป้องกัน การใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
นี่คือเหตุผลที่คำว่า Wellness ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงสปา โยคะ หรืออาหารคลีนอีกต่อไป แต่กำลังครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ เมือง การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงการออกแบบสถานที่ทำงาน และเมื่อดูว่าเงินกำลังไหลไปที่ไหน คำตอบกลับอยู่ที่ ‘เอเชีย’
เอเชียกำลังเป็นศูนย์กลาง Wellness Economy แห่งใหม่ของโลก
หลังการระบาดของโควิด-19 เอเชียไม่ได้เป็นเพียงภูมิภาคที่ฟื้นตัวเร็ว แต่กลายเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Wellness Economy มากที่สุด
ปี 2024 ตลาด Wellness ในเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 67.4 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับปี 2019 และเติบโต 9.3% ภายในปีเดียว ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก
เอเชียยังครองอันดับ 1 ของโลกในหลายกลุ่มธุรกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนโบราณและการแพทย์ทางเลือก อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะ อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ หรือแม้แต่ธุรกิจบ่อน้ำพุร้อนและน้ำแร่ธรรมชาติ
ขณะที่ Wellness Tourism คืออีกภาพสะท้อนที่ชัดเจน เอเชียมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 31% ซึ่งสูงที่สุดในโลก และมีการเดินทางเพื่อสุขภาวะกว่า 563 ล้านทริป แซงหน้ายุโรปที่มี 348 ล้านทริป
ทั้งหมดนี้กำลังเปลี่ยนสถานะของเอเชียจาก ‘ตลาดผู้บริโภค’ ไปสู่ ‘ศูนย์กลางการลงทุน’ ของอุตสาหกรรม Wellness โลก
ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่น แต่กำลังเร่งเครื่อง
ในคลื่นการเติบโตของเอเชีย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุด ปี 2024 Wellness Economy ของไทยมีมูลค่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 24 ของโลก และด้วยอัตราการเติบโต 10% ไทยจึงเป็นประเทศที่ Wellness Economy เติบโตเร็วเป็นอันดับ 7 ของโลก
หากมองเฉพาะ Wellness Tourism ไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.7 แสนล้านบาท) อยู่ในอันดับ 15 ของโลก แต่ที่น่าสนใจคืออัตราการเติบโตสูงถึง 36.4% ในปี 2024 ส่งผลให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ Wellness Tourism เติบโตเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจ Wellness Real Estate เติบโต 22.9% และธุรกิจสปาเติบโต 18% ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการด้านสุขภาวะกำลังขยายไปยังภาคอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และการพัฒนาเมือง ไม่ใช่เพียงบริการด้านสุขภาพโดยตรง
เพราะเหตุนี้ ภูเก็ตจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดงาน
เมื่ออุตสาหกรรม Wellness กำลังกลายเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026 ในเดือนพฤศจิกายนที่จังหวัดภูเก็ต จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับนานาชาติ
งานนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในตลาด Wellness ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ขณะเดียวกัน เอเชียก็กำลังเป็นภูมิภาคที่นักลงทุนจับตามองมากที่สุด
ดังนั้น Global Wellness Summit จึงเป็นพื้นที่ที่ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทเทคโนโลยีสุขภาพ และแบรนด์ด้าน Wellness จากทั่วโลก จะเข้ามาหารือเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สำหรับประเทศไทย นี่คือโอกาสในการแสดงศักยภาพว่า ไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่กำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของ Wellness Economy ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว สุขภาพ การลงทุน และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน
Tags: Business, ภูเก็ต, Wellness, Biz Moment, Global Wellness Summit 2026, เวลเนส, บำบัด, สุขภาพ