ถอดรหัส Gong Cha จากร้านชานมไข่มุกเล็กๆ  สู่ดีลซื้อกิจการ 2.11 หมื่นล้านบาท - Smart SME

Gong Cha

August 5, 2026

Gong Cha แบรนด์ชานมสัญชาติไต้หวัน กำลัง Bain Capital บริษัทลงทุนจากสหรัฐฯ ทุ่มเงินมูลค่า 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.11 หมื่นล้านบาท) เข้าซื้อกิจการ และคาดการณ์ว่าจะปิดดีลกันได้ภายในสิ้นปีนี้

Gong Cha ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเกาสง ไต้หวัน ในปี 2006 โดยเพื่อนสนิทสองคน ก่อนที่ Martin Berry จะเข้ามาขยายธุรกิจให้เติบโตในระดับโลก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2014 เมื่อ Unison Capital กองทุน PE จากญี่ปุ่นเข้าซื้อธุรกิจในเกาหลีใต้และผลักดันแผนขยายตัวทั่วโลก ตามด้วยปี 2019 ที่ TA Associates เข้าเทกโอเวอร์ต่อ และล่าสุดคือการส่งไม้ต่อให้ Bain Capital ในปี 2026 นี้

ตลอดสองทศวรรษ Gong Cha ขยายจากร้านเดียวสู่เครือข่ายกว่า 2,100 สาขาในกว่า 30 ประเทศ โดยในปี 2024 กลุ่มบริษัททำรายได้ 188.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.27 พันล้านบาท) กำไร 23.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 787 ล้านบาท) นี่จึงเป็นธุรกิจที่แข็งแรงพอจะทำให้กองทุนระดับโลกแย่งกันเข้าลงทุน

กลยุทธ์ที่ทำให้ Gong Cha ไปได้ไกลกว่าคู่แข่ง มาจากหลายองค์ประกอบรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบแฟรนไชส์ที่ให้สิทธิ์ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้าใจในตลาดนั้น ๆ เป็นผู้บริหารในประเทศ โดยกรณีที่ชัดเจนที่สุด คือเกาหลีใต้ ที่ผู้บริหารมาสเตอร์แฟรนไชส์ทิ้งตำแหน่งในแวดวงธนาคารมาเปิดร้านชานม 5 สาขาแรกด้วยเงินเก็บของตัวเอง ก่อนจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ในเวลาต่อมา

จุดขายที่ทำให้แบรนด์แตกต่างจากชานมทั่วไป คือการให้ลูกค้าปรับระดับความหวาน ปริมาณน้ำแข็ง และท็อปปิ้งได้เองอย่างละเอียด ผสานกับการใช้วัตถุดิบคุณภาพ เช่น ใบชาจากพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรในไต้หวัน ศรีลังกา และเวียดนาม กลยุทธ์นี้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่ม Gen Z ที่มองเครื่องดื่มเป็นไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่สินค้า รวมถึงการดึงศิลปินเกาหลีมาเป็น Global Ambassador เช่น Felix จากวง Stray Kids จนเกิดปรากฏการณ์ที่ลูกค้าเรียกเมนูตามชื่อศิลปินติดปาก นี่คือตัวอย่างของการใช้ Fandom Marketing ที่แปลงฐานแฟนคลับข้ามพรมแดนให้กลายเป็นทราฟฟิกหน้าร้านจริง

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเดินเกมซื้อกิจการมาสเตอร์แฟรนไชส์บนฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐฯ กลับมาบริหารเอง พร้อมเปิดตลาดใหม่ 5 ประเทศในปีเดียว รวมถึงไทย โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้พอใจแค่โตผ่านแฟรนไชส์ แต่เลือกควบคุมตลาดที่มีศักยภาพสูงด้วยตัวเอง

วิเคราะห์ต่อจากนี้ว่า Gong Cha จะไปต่อในทิศทางไหน แน่นอนว่า Bain Capital มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารเชนร้านอาหาร การตลาดดิจิทัล และการบริหารงานข้ามพรมแดน โดยทิศทางต่อจากนี้ คือคือการรุกตลาดอเมริกาเหนือให้หนักขึ้น ผสานกับจุดแข็งที่ Bain Capital มีคือเครือข่าย และประสบการณ์บริหารแบรนด์ร้านอาหารเชนระดับโลก ซึ่งต่างจาก TA Associates ที่เน้นการเติบโตผ่านการลงทุนแบบ Growth Equity เป็นหลัก การเปลี่ยนเจ้าของครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่อาจหมายถึงการเปลี่ยนสไตล์การบริหารที่เข้มข้นขึ้นด้านปฏิบัติการ ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Bain Capital ในดีลธุรกิจร้านอาหารทั่วโลก

ดังนั้น ดีลระหว่าง Gong Cha กับ Bain Capital จึงไม่ใช่แค่ข่าวการซื้อขายกิจการมูลค่าหมื่นล้าน แต่เป็นกรณีศึกษาที่ฉายภาพชัดว่า แบรนด์ที่แข็งแรงพอจะดึงดูดนักลงทุนระดับโลกได้ ต้องผสมผสานทั้งระบบขยายธุรกิจที่ยืดหยุ่น สินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล และการตลาดที่เข้าถึงใจผู้บริโภคยุคใหม่อีกด้วย

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Post Views: 107