อดีตพนักงาน Google สร้าง ChatTJB แชทบอทมนุษย์ล้วน ท้าชน ChatGPT เตือนสติคน

                     <ol>
  • หน้าหลัก 
  • Cyber BIZ 
  • ข่าวไอที 
  • อดีตพนักงาน Google สร้าง ChatTJB แชทบอทมนุษย์ล้วน ท้าชน ChatGPT เตือนสติคน

    เผยแพร่: 23 ส.ค. 2569 21:55   ปรับปรุง: 23 ส.ค. 2569 21:55   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



    ทักเกอร์ ไบรอันท์ (Tucker Bryant) คือผู้สร้าง ChatTJB ให้มาแข่งกับ ChatGPT โดยออกแบบให้เป็นแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำงานช้า ผลงานที่ได้ก็ไม่สมบูรณ์แบบ แถมยังคาดเดาไม่ได้เลยว่าระบบจะแสดงคำตอบอะไรมาให้

    **"ผมเป็นคนชอบเล่นมุกจนสุดทาง

    Tucker Bryant เป็นอดีตพนักงาน Google และบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Stanford ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นศิลปินและนักพูด ที่ผ่านมา Bryant ควักเงินเรียกสีสันท่ามกลางป้ายโฆษณา AI ที่ผุดขึ้นทั่วซานฟรานซิสโก เมืองหลวงแห่งเทคโนโลยีของโลก โดยขึ้นป้ายบิลบอร์ดโฆษณาบริการแชทบอท AI ชื่อ ChatTJB ซึ่งในมุมเล็ก ๆ ของป้ายมีแสดงข้อความเตือนว่า สิ่งที่กำลังโฆษณาอยู่นี้ "ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์" แต่อย่างใด

     Tucker Bryant อดีตพนักงาน Google ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นศิลปินและนักพูด ลงทุนเช่าป้ายบิลบอร์ดจริงในซานฟรานซิสโกด้วยเงินราว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เพื่อโปรโมทโปรเจ็กต์ ChatTJB ให้มาแข่งกับ ChatGPT
    เบื้องหลัง ChatTJB ไม่ใช่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล แต่คือ Bryant ที่จะนั่งพิมพ์ตอบคำถามผู้ใช้ผ่านหน้าเว็บที่ออกแบบให้หน้าตาเหมือนแชทบอททั่วไปทุกประการ

    บนเว็บไซต์ บริการ ChatTJB ให้คำนิยามตัวเองไว้อย่างยียวน ว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ทำมือ ปรุงแต่งโดยมนุษย์เพียงคนเดียว หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การคุยกับคนธรรมดาคนหนึ่งนั่นเอง

    จุดเริ่มต้นของ ChatTJB มาจากความกังวลเรื่อง "การยอมจำนนทางความคิด" หนุ่ม Bryant เล่าว่าโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีเจตนาต่อต้าน AI แต่แรงบันดาลใจมาจากคำว่า "cognitive surrender" ซึ่งเป็นคำที่มาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ที่พบว่าผู้ใช้ AI จำนวนมากมักจะเชื่อคำตอบของแชทบอทแบบไม่ตั้งคำถาม แม้ในบางครั้งคำตอบนั้นจะผิดพลาดก็ตาม

    Bryant บอกว่าตัวเองเคยตกอยู่ในกับดักนี้เช่นกัน จึงอยากสร้างประสบการณ์ที่หน้าตาเหมือนแชทบอทที่คนคุ้นเคยกันดี แต่กลับให้ความรู้สึกตรงข้ามโดยสิ้นเชิง คือช้า ไม่สมบูรณ์แบบ และคาดเดาไม่ได้ เพื่อเตือนสติผู้ใช้ให้กลับมาคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองอีกครั้ง แทนที่จะเชื่อคำตอบจากเครื่องจักรอย่างไม่ลืมหูลืมตา

    Bryant ลงทุนเช่าป้ายบิลบอร์ดจริงในซานฟรานซิสโกด้วยเงินราว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่น ทั้งที่ทำเลไม่เอื้ออำนวยเลย เพราะถูกต้นไม้บดบัง แทบไม่มีรถสัญจรผ่าน และจะมองเห็นป้ายได้ชัดก็ต่อเมื่อจอดรถอยู่ใต้ป้ายเท่านั้น

    ลักษณะการแชตกับ ChatTJB ที่ถูกออกแบบให้คล้ายกับ ChatGPT
    แต่เมื่อภาพถ่ายของป้ายเริ่มเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ทุกอย่างก็พลิกผัน จากที่มีคำถามเข้ามาเพียงหลักสิบต่อวันในช่วงแรก กลับพุ่งขึ้นเป็นหลักพันข้อความต่อวันหลังจากมีคลิปโปรโมตบน Instagram

    ***คำถามหลากหลาย ตั้งแต่เมนูมื้อเย็นไปจนถึงเรื่องหัวใจ

    แม้ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยจะเข้ามาแกล้งหรือทดสอบระบบ ซึ่ง Bryant มองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะตัวโปรเจกต์เองก็มีกลิ่นอายของความกวนอยู่แล้ว แต่ก็มีคำถามที่จริงใจและสัมผัสหัวใจไม่น้อย

    Bryant เล่าถึงข้อความหนึ่งที่ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องขำขันสำหรับทุกคน นั่นคือข้อความจากผู้ใช้รายหนึ่งที่เขียนมาในคืนแรกของฮันนีมูนว่ารู้สึกไม่ผ่อนคลาย และถามว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ซึ่งเขาปรับโหมดการตอบจากแนวกวน ๆ เป็นแนวเพื่อนที่คอยรับฟังและให้กำลังใจแทน โดยอธิบายว่าความรู้สึกไม่นิ่งหลังผ่านช่วงเวลาสำคัญของชีวิตเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

    นอกจากนี้ ผู้ใช้หลายคนยังส่งข้อความมาเตือนให้ Bryant พักผ่อนและดื่มน้ำระหว่างที่นั่งตอบคำถามนับพันข้อความในแต่ละวัน ซึ่ง Bryant บอกว่าความห่วงใยเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น

    ปัจจุบัน Bryant ได้รับข้อความจากคนกว่าพันคนที่อยากเข้ามาช่วยตอบคำถามในฐานะ "มนุษย์ธรรมดา" เช่นกัน จึงกำลังทดลองอย่างรอบคอบในการเปิดให้อาสาสมัครที่ผ่านการคัดกรองเข้ามาช่วยตอบ พร้อมเครื่องมือกลั่นกรองเนื้อหา โดยย้ำว่าจะเดินหน้าอย่างช้า ๆ เพราะไม่ต้องการให้ใครได้รับอันตรายจากการเปิดกว้างเกินไป หากทดลองแล้วไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ ก็พร้อมจะยกเลิกหรือพักโปรเจกต์นี้ไปก่อน

    เมื่อขอให้ ChatTJB สร้างภาพแมวกำลังกินหญ้าบนโต๊ะ
    เมื่อถามว่าทำไมต้องเป็นป้ายบิลบอร์ด ไม่ใช่แค่เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย Bryant อธิบายว่าในซานฟรานซิสโก ป้ายโฆษณา AI เกลื่อนเมืองจนกลายเป็นภาพชินตา ทำให้รู้สึกถึงความย้อนแย้งระหว่างสองด้านของเทคโนโลยีนี้ คือทั้งความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ AI มอบให้ และความวิตกกังวลเรื่องอนาคต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่มาพร้อมกัน Bryant จึงอยากล้อเลียนวัฒนธรรมป้ายโฆษณา AI เหล่านั้น พร้อมยอมรับตรง ๆ ว่าอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะคิดว่ามันน่าจะสนุกดี และตัวเขาเองก็เป็นคนที่ชอบเล่นมุกจนสุดทางอยู่แล้ว

    สำหรับใครที่อยากช่วยสมทบทุนค่าป้ายบิลบอร์ด ทางบริการยังมีระดับสมาชิก "Pro" ให้เลือก แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า จ่ายเงินไปก็ไม่ได้ทำให้ได้รับคำตอบเร็วขึ้นแต่อย่างใด

    เรื่องราวของ ChatTJB อาจดูเหมือนมุกตลกเล็กน้อยในซานฟรานซิสโก แต่เรื่องนี้สามารถสะท้อนประเด็นที่คนไทยเองก็เผชิญไม่ต่างกัน นั่นคือความเคยชินกับการพึ่งพา AI ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถามคำถาม การขอคำแนะนำ หรือแม้แต่การตัดสินใจสำคัญ

    โปรเจกต์นี้จึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นว่า การเชื่อคำตอบจากแชทบอทแบบไม่ตั้งคำถามอาจนำไปสู่ความเสี่ยง ไม่ว่าในการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิต ดังนั้น การกลับมาฝึกคิดวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองจึงยังเป็นทักษะที่จำเป็นเสมอ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหนก็ตาม.