GULFยันไทยคมมอบทรัพย์สินครบตามสัญญา พร้อมสู้คดีหลังกระทรวงDEฟ้องเรียกค่าปรับ1,250ล.

  1. หน้าหลัก 
  2. เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  3. การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม 
  4. อุตสาหกรรม-พลังงาน 

GULFยันไทยคมมอบทรัพย์สินครบตามสัญญา พร้อมสู้คดีหลังกระทรวงDEฟ้องเรียกค่าปรับ1,250ล.

เผยแพร่: 7 ก.ย. 2569 12:19   ปรับปรุง: 7 ก.ย. 2569 12:19   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



GULFพร้อมสู้คดีอนุญาโตตุลาการ
หลังกระทรวงดิจิทัลฯยื่นฟ้องคดีไทยคมไม่มอบทรัพย์สินให้ครบถ้วนสัญญาสัมปทาน เรียกร้องค่าปรับ1,250ล้านบาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ จ้ากัด(มหาชน)หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่าตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ จ้ากัด(มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานสำหรับการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ('สัญญาสัมปทาน") โดยมีการระบุในข่าวว่า บริษัท ไทยคม มิได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ครบถ้วนภายหลังสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน และอาจมีค่าปรับเป็น
จำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาท นั้น

บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชันส์ จำกัด(มหาชน)) และบริษัท ไทยคม (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรแชทเทลไลท์ จ๋ากัด (มหาชน)) ร่วมกันเป็นคู่สัญญากับกระทรวงฯ ในสัญญาสัมปทานเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยมีบริษัท ไทยคม ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ(Operator) กิจการดาวเทียมตามสัญญาสัมปทานดังกล่าวในนามของบริษัท อินทัช และต่อมาสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้สิ้นสุดลงตามกำหนดระยะเวลา 30 ปี


โดยบริษัท ไทยคม ปฏิบัติตามสัญญาและส่งมอบทรัพย์สินภายใต้สัญญาสัมปทานคืนให้แก่กระทรวงฯโดยครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 ต่อมา ในวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ได้ดำเนินการควบบริษัทกับบริษัทอินทัช เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เกิดเป็นบริษัท "บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)" ซึ่งเป็นนิติบุคคลใหม่ที่รับโอนทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัท อินทัช โดยผลของกฎหมาย อันมีผลให้บริษัทฯ เข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญา หรือคู่ความในกรณีพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานดังกล่าวแทนที่ บริษัท อินทัช ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ หากมีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทฯ จะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิ
และผลประโยชน์ของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ณ วันที่มีหนังสือธบับนี้ บริษัทฯ ยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามที่ปรากฎเป็นข่าว และยังไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินงินจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงแต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าประการใด บริษัทฯ จะชี้แจ้งข้อมูลให้ทราบต่อไป