GULF เดินหน้า Green Energy Green Network for THAIs แห่งที่ 3 ปี 69 ส่งมอบพลังงานสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิต ฟื้นการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลมนาว จ.ระนอง

  1. หน้าหลัก 
  2. เศรษฐกิจ-ธุรกิจ 
  3. การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม 
  4. อุตสาหกรรม-พลังงาน 

GULF เดินหน้า Green Energy Green Network for THAIs แห่งที่ 3 ปี 69 ส่งมอบพลังงานสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิต ฟื้นการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลมนาว จ.ระนอง

เผยแพร่: 24 ก.ย. 2569 18:00   ปรับปรุง: 24 ก.ย. 2569 18:00   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “GULF” ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคด้านพลังงานไฟฟ้า โดยสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ภายใต้โครงการ “Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ 3 ของปี 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมการศึกษา ตลอดจนฟื้นฟูการท่องเที่ยวชุมชนและธุรกิจโฮมสเตย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายพิเชษฐ์ ภักดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เล่าให้ฟังว่า บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีลักษณะเป็นแหลมที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันกว่า 10 กิโลเมตร ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยอยู่ราว 57 หลังคาเรือน ประชากรราว 236 คน โดยมี “มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และมีโรงเรียนประถมศึกษาบ้านแหลมนาว ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 38 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยใช้เรือหางยาวขนาดเล็กออกเรือวางอวน และวางเบ็ดเพื่อจับสัตว์น้ำในยามค่ำคืน ก่อนนำไปขายให้แก่พ่อค้าคนกลางบนฝั่งในช่วงยามเช้า ควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรม เช่น สวนสะตอ และสวนยางพารา

เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง จึงประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาโดยตลอด ที่ผ่านมาหมู่บ้านต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟส่วนกลางขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเดินเครื่องด้วยน้ำมันเบนซิน ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังบ้านเรือนประมาณ 42 หลังคาเรือน โดยสามารถจ่ายไฟได้เพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-22.00 น. ขณะเดียวกัน ชาวบ้านต้องร่วมกันจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคืนละ 10 บาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ ขณะที่บางครัวเรือนพึ่งพาชุดโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมจากการใช้งานมาหลายปี ประกอบกับจังหวัดระนองมีฝนตกชุกตลอดปี ส่งผลให้ระบบเดิมมีประสิทธิภาพการใช้งานลดลง ไม่สามารถจ่ายไฟได้อย่างเพียงพอ

ขณะเดียวกัน มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนบ้านแหลมนาว ประสบปัญหาแบตเตอรี่และระบบอินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์เดิมชำรุดเสียหายมานานกว่า 2 ปี ทำให้ไม่มีไฟฟ้าสำหรับหอส่งสัญญาณกระจายเสียงเพื่อแจ้งเวลาละหมาดทั้ง 5 เวลาในแต่ละวัน รวมถึงไม่มีแสงสว่างเพียงพอสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่กว่า 30 คนที่มาร่วมเรียนวิชาศาสนาในช่วงค่ำ เวลา 19.00-20.00 น. นอกจากนี้ เครื่องกรองน้ำดื่มส่วนกลางของหมู่บ้านซึ่งติดตั้งไว้ใกล้กับมัสยิดต้องหยุดทำงานมาเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้กับระบบปั๊มน้ำ แม้อุปกรณ์กรองน้ำทั้งหมดจะยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็ตาม ส่งผลให้ชาวบ้านทุกครัวเรือนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น เพราะต้องสั่งซื้อน้ำดื่มบรรจุถังจากบนฝั่งมาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า การสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของ GULF ในครั้งนี้ ได้ออกแบบให้ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์กลางของชุมชน นอกจากจะช่วยให้มัสยิดมีไฟฟ้าใช้สำหรับปฏิบัติศาสนกิจและกระจายเสียงได้ตลอดวันแล้ว ยังช่วยให้เครื่องกรองน้ำดื่มส่วนกลางกลับมาผลิตน้ำสะอาดให้แก่ชาวบ้านได้อีกครั้ง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมทั้งเพิ่มแสงสว่างให้แก่พื้นที่การเรียนหนังสือในช่วงค่ำคืนของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านได้อีกด้วย

“เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ที่ GULF เข้ามามอบสิ่งที่เราอยากได้และตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง เหมือนคนป่วยที่ได้เจอหมอดีมารักษาจนหาย ความเดือดร้อนนี้เรื้อรังหลายปีและได้รับการแก้ไข ชุมชนของเรารู้สึกตื้นตันใจมากที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ เพราะนอกจากจะนำมาใช้ในมัสยิดและการเรียนศาสนาของเด็ก ๆ แล้ว เครื่องกรองน้ำดื่มของชุมชนที่หยุดใช้มานานก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องซื้อน้ำดื่ม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ในนามตัวแทนชาวบ้านแหลมนาวและเด็กนักเรียนทุกคน ขอขอบคุณ GULF จากใจจริง”

ไม่เพียงเท่านี้ การมีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เพียงพอและมั่นคง ยังจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวของชุมชน ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยบ้านแหลมนาวได้จัดตั้ง “กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านแหลมนาวโฮมสเตย์” มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวิถีชุมชน โดยกระจายรายได้ไปสู่คนในชุมชนหลากหลายกลุ่ม ทั้งแม่บ้าน ฝ่ายจัดเตรียมอาหาร ผู้ให้บริการเรือหางยาวรับส่ง และกลุ่มเยาวชนนำเที่ยว โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำมาเป็นกองทุนกลางของหมู่บ้าน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ กิจกรรมวันเด็ก และการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชุมชน


“ที่ผ่านมากลุ่มโฮมสเตย์ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและราคาน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น จนไม่สามารถอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ การสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงเรือนพักและโฮมสเตย์ ทำให้ชุมชนสามารถกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ต้องกังวลเรื่องช่วงเวลาการเปิด-ปิดไฟอีกต่อไป ตรงนี้จะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน และที่สำคัญยังสามารถต่อยอดไปสู่การแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้านในอนาคต” นายพิเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

GULF จะยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการ Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย เพื่อส่งมอบโอกาสและการเข้าถึงพลังงานสะอาดไปยังพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป