GWM ทุ่มลงทุนไทยกว่า 2 หมื่นล้าน ดันซัพพลายเออร์ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก

GWM ตอกย้ำไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในอาเซียน เผยโรงงานระยองใช้ชิ้นส่วนในประเทศแล้ว 45-52% เตรียมจับมือ BOI จัดงาน GWM Sourcing Day 2026 เปิดทางผู้ประกอบการไทยร่วมพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญ 10 กลุ่ม รองรับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า กล่าวว่า บริษัทเดินหน้ายกระดับฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศไทย หลังเข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้ามามีบทบาทในสายการผลิตรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิด Built For Thai, Built On Trust 

GWM มองว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค ทั้งจากความพร้อมของระบบนิเวศการผลิต การสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

ปัจจุบัน GWM ใช้โรงงาน GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจร สามารถรองรับรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนในสายการผลิตเดียวกัน ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV รถยนต์ไฮบริด HEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด PHEV ไปจนถึงรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล

โรงงานแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาของ GWM ในภูมิภาคอาเซียน มีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และดำเนินงานโดยพนักงานชาวไทยมากกว่า 1,100 คน

สำหรับการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรภายในประเทศ หรือ Local Content ปัจจุบันรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงาน GWM ในไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 45-52% แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น โดยบริษัททำงานร่วมกับผู้ผลิตชิ้นส่วนทั้งในประเทศไทยและระดับสากลมากกว่า 60 ราย

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคและคุณภาพ การว่าจ้างผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยี ไปจนถึงการสนับสนุนการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับสากล เพื่อช่วยให้ซัพพลายเออร์ไทยสามารถปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

ล่าสุด GWM เตรียมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จัดงาน GWM Sourcing Day 2026 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมอมารี บางแสน จังหวัดชลบุรี เพื่อเชื่อมโยงบริษัทกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย และสำรวจโอกาสเพิ่มการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศ

นอกจากการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของโรงงานในไทยแล้ว การที่ GWM พัฒนารถยนต์บนแพลตฟอร์มระดับโลก หรือ Global Platform มากขึ้น ยังอาจเปิดทางให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยที่ผ่านมาตรฐานของบริษัท สามารถต่อยอดเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ GWM ในตลาดโลกได้อีกด้วย

ภายในงาน GWM จะมุ่งเน้นการจัดหาและร่วมพัฒนาชิ้นส่วนกับผู้ประกอบการไทยรวม 10 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. ชิ้นส่วนตัวถังและงานเคลือบ

2. แชสซี

3. ระบบไฟฟ้า

4. ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า

5. ชิ้นส่วนภายนอก

6. ชิ้นส่วนภายในและระบบควบคุมเสียงและแรงสั่นสะเทือน หรือ NVH

7. แบตเตอรี่กำลังสูง

8. ระบบส่งกำลัง

9. ระบบจัดการความร้อนและระบบปรับอากาศ

10. เครื่องมือและบริการที่เกี่ยวข้อง

เวย์น โจว กล่าวอีกว่า บริษัทมองประเทศไทยเป็นมากกว่าตลาดที่มีศักยภาพ แต่เป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาวของ GWM เนื่องจากไทยมีทั้งระบบนิเวศการผลิต บุคลากรที่มีทักษะ และผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์

GWM จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับการผลิตภายในประเทศ การสร้างโอกาสให้บุคลากรไทย และการนำชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการไทยเข้าสู่สายการผลิต พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับ BOI เพื่อให้บริษัทและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยเติบโตไปด้วยกัน

การขยายการจัดซื้อชิ้นส่วนครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM ในการวางรากฐานธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยมีโอกาสยกระดับมาตรฐาน รองรับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อน และเชื่อมต่อเข้าสู่ตลาดยานยนต์ระดับโลกมากขึ้น