พบกิ้งก่าชนิดใหม่ในไทย ตั้งชื่อ ไซแรกซ์ ตามมังกรใน House of the Dragon - BBC News ไทย

.

ที่มาของภาพ, ็HANDOUT/ PA WIRE

ทีมนักวิจัยไทยพบกิ้งก่าชนิดใหม่ "กิ้งก่าเขาหนามเล็กไซแรกซ์" (Syrax horned dragon) พบได้ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร และยังไม่พบเจอในพื้นที่ต่ำกว่าหรือเขตเทือกเขาอื่น นักวิจัยเผยตั้งชื่อกิ้งก่าชนิดนี้ตาม มังกรไซแรกซ์ของราชินีเรนีร่า ในซีรีย์ดังของสหรัฐฯ ตระกูลแห่งมังกร (House of the Dragon)

การค้นพบนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการออนไลน์ด้านสัตววิทยาชื่อ ZooKeys

ทีมนักวิจัยบอกกับบีบีซีไทยว่า ลักษณะพิเศษทั้งภายนอกและการวางไข่ของเจ้ากิ้งก่าชนิดนี้ ทำให้พวกเขานึกถึงตัวละครมังกรไซแรกซ์ของราชินีเรนีร่าจากซีรีส์ House of the Dragon อันโด่งดังของสหรัฐฯ

แต่การค้นพบของพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่าย รวมถึงการวิจัยครั้งนี้ยังใช้เวลาถึงเกือบสองปี เรื่องราวการค้นพบสัตว์ชนิดใหม่นี้ของพวกเขาเป็นอย่างไร บีบีซีไทยพูดคุยกับตัวแทนนักวิจัยสองคนที่เปิดเผยถึงเบื้องหลังและแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อกิ้งก่าชนิดใหม่นี้

การค้นพบจากซากของป่าที่ชาวบ้านกิน

.

ที่มาของภาพ, Poramad Trivalairat/HANDOUT

คำบรรยายภาพ, ดร.กฤติยา ตรีวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ช่วงฤดูร้อนปี 2567

เส้นทางการค้นพบกิ้งก่าชนิดใหม่นี้เริ่มต้นเมื่อสองปีที่แล้ว ขณะที่ ผศ.ดร.ปรเมศวร์ ตรีวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาทั่วไปและพื้นฐานวิชาชีพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กำลังลงพื้นที่สำรวจเพื่อค้นหากิ้งก่าชนิดใหม่ที่เขาเชื่อว่าซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร

"เวลาผมเดินทางไปที่ต่าง ๆ ก็จะลองเสาะหากลุ่มกิ้งก่าตัวนี้ [กิ้งก่าเขา] จากพื้นที่นิเวศที่ใกล้ ๆ กันดู และเนื่องจากว่าผมได้ไปที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์แล้ว ผมก็เลยลองสังเกตดู" เขาบอกกับบีบีซีไทย

ผศ.ดร.ปรเมศวร์ บอกว่าตนเป็นผู้ที่ศึกษาเพื่อพยายามหากิ้งก่าชนิดใหม่อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกิ้งก่ากลุ่มสกุล กิ้งก่าเขา (Acanthosaura) ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ค้นพบกิ้งก่าชนิดใหม่มาแล้วสองครั้ง คือ กิ้งก่าเขาหนามสีส้ม (Acathosaura aurantiacrista) ใน จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2563 และ กิ้งก่าเขาหนามสั้นใต้ (Acanthosaura meridiona) ที่พบในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อปี 2565

เขาเล่าว่าในครั้งแรกที่ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ในช่วงฤดูร้อนเมื่อสองปีก่อน ตนยังไม่ได้พบกิ้งก่าชนิดใหม่นี้ แต่เมื่อเขากลับไปที่อุทยานแห่งเดิมอีกครั้งในช่วงฤดูฝน ก็ได้พบกับกลุ่มชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่สูงและกำลังทานอาหารป่า และนั่นคือตอนที่เขาสังเกตเห็นซากกิ้งก่าตัวหนึ่งที่มีลักษณะน่าสนใจ

"ครั้งแรกเราพลาดไม่ได้[เจอ] แต่ในครั้งที่สองพอเราไปมันก็เหมือนจะไม่มี แต่ว่าตอนที่ผมไปจะมีชาวเขาที่เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่จัดสรร แล้วพบว่าอาหารที่เขากินเป็นของป่าแล้วมันมีซากของตัวกิ้งก่าตัวนี้อยู่ ก็เลยสอบถามกับชาวบ้านว่าตัวนี้หามาจากไหน เพราะผมรู้สึกว่ามันหน้าตาไม่เหมือนกิ้งก่าปกติที่เราเคยศึกษามา"

หลังจากนั้น ผศ.ดร.ปรเมศวร์ และ ดร.กฤติยา ตรีวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน จึงเดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ ที่ชาวบ้านบอกว่าพบเจ้ากิ้งก่าตัวดังกล่าว จนในที่สุดได้พบกับกิ้งก่าลักษณะแปลกตานี้ที่บริเวณใกล้จุดชมวิวช่องเย็น ที่ความสูงประมาณ 1300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

"ด้วยความที่ผมทำ[วิจัย]มาหลายตัวแล้ว ชนิดทุกชนิดในไทยผมได้ลองวัดขนาดตรวจสอบทางดีเอ็นเอหมดทุกชนิดแล้ว ดังนั้นพอเราเห็นครั้งแรก ด้วยรูปร่างหน้าตามันไม่ใช่ตัวที่เคยมีการรายงานแน่ ๆ มันดูรู้เลยว่าเป็นชนิดใหม่" ผศ.ดร.ปรเมศวร์ บอกกับบีบีซีไทย

"หนามทุกชิ้น เกล็ดทุกเกล็ด"

.

ที่มาของภาพ, Poramad Trivalairat/HANDOUT

คำบรรยายภาพ, กิ้งก่าเขาหนามเล็กไซแรกซ์ตัวเมียมีสีเหลืองทอง

หลังจากที่พบกิ้งก่าชนิดที่ดูแปลกตานี้ เขาและ ดร.กฤติยา ผู้เป็นภรรยา รวมถึงทีมนักวิจัยคนอื่น ๆ อีกสามคนในทีม ก็ได้เริ่มทำการศึกษากิ้งก่าชนิดดังกล่าว

ดร.กฤติยา อธิบายว่าหลังได้ตัวอย่างกิ้งก่ามา เธอได้นำไปศึกษาเรื่องปรสิตเป็นลำดับแรก ก่อนส่งตัวอย่างไปตรวจสอบด้านดีเอ็นเอต่อ

"เวลาได้ตัวอย่างมา เนื่องจากตนเองทำเรื่องปรสิต (parasite) ก็จะชอบเอามาหาปรสิตก่อน ซึ่งระหว่างหาปรสิตเราก็จะเก็บเนื้อเยื่อไปด้วย ซึ่งเนื้อเยื้อพวกนี้จะสามารถนำไปสกัดและนำไปตรวจดีเอ็นเอต่อได้" เธออธิบาย

ขณะที่ อาจารย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อธิบายถึงวิธีการจัดประเภท (classify) กิ้งก่าชนิดนี้ระหว่างการวิจัยที่เต็มไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ มากมายเพื่อยืนยันว่ามันเป็นชนิดใหม่จริง

"ตั้งแต่ตอนผมเจอมัน สิ่งที่ต้องทำคือ หนึ่งต้องมาวัดขนาด หนามทุกชิ้น เกล็ดทุกเกล็ด ความยาวในแต่ละส่วน คือการวัดขนาดสัณฐานศึกษาทางดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับชนิดอื่นเพื่อยืนยันว่าต่อให้เราเห็นหน้าตามันต่าง เราก็ต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน" เขาบอก

โดยจากการวิจัยพบว่า กิ้งก่าชนิดนี้มีลักษณะพิเศษหลายอย่าง กล่าวคือ ขนาดตัวเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับกิ้งก่าชนิดอื่น, มีเขาหนามที่สั้นกว่าปกติมาก, ลำตัวมีลักษณะ "อ้วนป้อม" ต่างจากกิ้งก่าชนิดอื่นที่มีลำตัวเรียวยาว และตัวเมียมีสีเหลืองทอง

นอกจากนี้ ลักษณะการวางไข่ของตัวเมียยังแตกต่างจากกิ้งก่าชนิดอื่น ๆ โดยพวกมันสามารถวางไข่ได้สูงถึงคราวละ 15-16 ฟองต่อครั้ง มากกว่ากิ้งก่ากลุ่มอื่นที่มักวางไข่ไม่เกิน 8-9 ฟองต่อครั้ง

พื้นที่อาศัยของมันก็ต่างกับกิ้งก่าชนิดอื่นด้วย โดยกิ้งก่าชนิดอื่นมักอาศัยอยู่ตามพื้นที่ตีนเขาใกล้ชายน้ำ แต่กิ้งก่าเขาหนามเล็กไซแรกซ์อาศัยอยู่บนเขาสูงมากกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป

ทำไมจึงตั้งชื่อตามตัวละครในซีรีส์

.

ที่มาของภาพ, Poramad Trivalairat/HANDOUT

ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการตั้งชื่อกิ้งก่าชนิดใหม่นี้ คือ ดร.กฤติยา โดยเธอบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ชื่อดังของสหรัฐฯ

"เราเป็นติ่ง(แฟนคลับ) มหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) มาตั้งแต่แรกแล้ว ทีนี้พอมีซีรีส์ House of the Dragon เราก็ดูแล้วก็คิดว่าตั้งชื่อมังกรดีไหม จังหวะกำลังดู[ซีรีส์]อยู่พอดี ก็เลยนั่งเสิร์ชอินเทอร์เน็ต เปิดอินโฟกราฟิก ที่มันมีรูปมังกรมีชื่อ ก็มานั่งดูว่าสีของมันคล้ายตัวไหนที่สุด"

ด้าน ผศ.ดร.ปรเมศวร์ เล่าว่าเมื่อได้ยินชื่อ "ไซแรกซ์" ก็รู้สึกว่า "ชื่อมันสวยดีเพราะว่าในภาษาอังกฤษ [กิ้งก่าสกุลนี้]ชื่อสามัญ (common name) ของมันคือ Horn dragon ที่แปลว่ามังกรเขาอยู่แล้ว"

แต่นอกจากชื่อที่ไพเราะแล้ว ผศ.ดร.ปรเมศวร์ ยังบอกด้วยว่า นอกจากลักษณะเด่นของกิ้งก่าตัวเมียชนิดนี้ที่มีสีเหลืองทอง คล้ายมังกรไซแรกซ์ในซีรีส์ดังแล้ว มันยังสามารถวางไข่ได้จำนวนมากกว่าชนิดอื่น คล้ายกับมังกรที่ชื่อ ไซแรกซ์ ในซีรีส์ดังกล่าว

หลักการการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์

Pilot and technician Dennis Gutowsky alongside the animatronic model of House of the Dragon's Syrax that was flown over the SEC (Scottish Event Campus), the venue where several sports are being hosted in Glasgow, to celebrate the opening of the 2026 Commonwealth Games. Picture date: Wednesday July 22, 2026. PA Photo. Photo credit should read: Jane Barlow/PA Wire

ที่มาของภาพ, Jane Barlow/PA Wire

คำบรรยายภาพ, หุ่นยนต์จำลองมังกรไซแรกซ์ (Syrax) จากซีรีส์ House of the Dragon

ผศ.ดร.ปรเมศวร์ อธิบายด้วยว่า ตามกฎสากลว่าด้วยการตั้งชื่อทางสัตววิทยา (International Code of Zoological Nomenclature - ICZN) การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์จะมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ดังนี้

นอกจากนี้ การใช้ชื่อจากวรรณกรรมมาตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์ยังไม่จำเป็นต้องแปลงมันเป็นภาษากรีกหรือภาษาลาตินก่อน ต่างจากการตั้งชื่อตามชื่อบุคคลที่ต้องแปลงเป็นภาษากรีกหรือลาตินก่อนเสมอ

ผศ.ดร.ปรเมศวร์ เสริมด้วยว่าการตั้งชื่อตามตัวละครให้หนังสือหรือภาพยนตร์ยังอาจช่วยให้ผู้คนสามารถมองเห็นภาพสัตว์ชนิดนั้น ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

ฟันเฟืองสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศ

.

ที่มาของภาพ, อุทยานแห่งชาติแม่วงก์/FB

ดร.กฤติยา ย้ำว่าแม้การค้นพบครั้งนี้อาจดูเป็นการค้นพบสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงชนิดเดียว แต่การค้นพบของมันมีนัยสำคัญยิ่ง เพราะจะสามารถช่วยในการศึกษาและยกระดับการอนุรักษ์ได้

"ในธรรมชาติของเมืองไทยยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ค้นพบและรอคอยการค้นพบ ซึ่งการอนุรักษ์ธรรมชาติเหล่านี้ไว้ อยากให้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ เพราะต่อให้มันเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เป็นเหมือนน็อต ฟันเฟือง ตัวเล็ก ๆ ของระบบนิเวศของโลกใบนี้ แต่ถ้าเขาหายไปก็ย่อมจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่" เธอกล่าว

ด้าน อาจารย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เสริมว่าการสนับสนุนของภาครัฐต่อนักวิจัยก็เป็นเรื่องสำคัญ และแม้ว่าการค้นพบบางอย่างอาจไม่ได้เอื้อต่อการนำไปต่อยอดเพื่อผลประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม แต่ก็มีความสำคัญยิ่งต่อการทำความเข้าใจความหลากหลายและรักษาระบบนิเวศ

"บางงาน[วิจัย]มันไม่ได้ทำเงินเหมือนพวกนวัตกรรมก็จริง แต่มันก็มีความสำคัญในแง่ของการอนุรักษ์หรือการโปรโมทท่องเที่ยวอื่น ๆ" เขาเสริม

นอกจากนี้ เขายังชี้ถึงภาวะโลกร้อน ที่เป็นอันตรายต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ต่าง ๆ เช่น กิ้งก่าชนิดนี้ที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่หนาว แต่ด้วยอุณภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น พวกมันจึงต้องขึ้นไปอยู่จุดที่สูงขึ้นที่มีอุณภูมิต่ำเพื่อเอาตัวรอด แต่พื้นที่อากาศหนาวก็หดเล็กลงเรื่อย ๆ ทำให้ราวกับว่าพวกมันถูกกักขังไว้

"โลกร้อนที่กำลังเพิ่มขึ้นมันอาจทำให้ชั้นบรรยากาศด้านบน[ภูเขา]ที่มีพื้นที่ความเย็นแคบลงเรื่อย ๆ เป็นเหมือนเกาะที่เริ่มเล็กลง สัตว์ข้างบนก็จะยิ่งใกล้สูญพันธุ์ เพราะไปไหนไม่ได้ อยู่ได้แต่ยอดนั้น ซึ่งหากเราไม่อนุรักษ์ ไม่ลดภาวะโลกร้อน มันก็จะทำให้ตัวสัตว์สูญพันธุ์ไป เพราะอย่างที่บอก ไซแรกซ์ ไม่มีที่อยู่อื่นแล้ว มีแต่ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์อย่างเดียว"