Hygge คืออะไร? รู้จักฮุกกะ เคล็ดลับความสุขแบบเดนมาร์ก
Hygge (อ่านว่า hue-guh หรือ ฮุกกะ) เป็นคำภาษาเดนิชที่ไม่มีคำอังกฤษแปลตรงตัว คำที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Cozy หรือความอบอุ่น ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากงานของ ชมพูนุช ชัชวาลย์ ที่เล่าประสบการณ์ตรงจากการทำงานในโคเปนเฮเกน เผยแพร่ใน The Cloud ในคอลัมน์ “บทเรียนจากต่างแดน”

ประสบการณ์จากโคเปนเฮเกน
ผู้เขียนทำงานเป็น Management Consultant ให้บริษัทสิงคโปร์ที่มีออฟฟิศใหญ่อยู่ที่โคเปนเฮเกน และได้ทำโปรเจกต์ที่นั่นคนเดียวเกือบปี เธอบอกว่าเรื่อง Hygge เป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดจากการสัมผัสวัฒนธรรมเดนิช
เธอเล่าบริบทของเดนมาร์กไว้ว่า เป็นประเทศเล็กที่มีประชากรราว 4 ล้านคน อากาศค่อนข้างหนาวเย็น ไร้แสงอาทิตย์เกือบตลอดปี และภาษีสูงเกือบที่สุดในโลก โดยมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าเดนมาร์กอยู่ในลิสต์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกโดยไม่เคยต่ำกว่าอันดับ 3 และใช้คำถามว่าทำไมคนเดนมาร์กจึงมีความสุขมาเป็นจุดตั้งต้นของบทความ
ผู้เขียนเปรียบ Hygge กับคำว่า Zen ของญี่ปุ่น คือมีความหมายลึกกว่าความเรียบง่าย และฝังอยู่ในวัฒนธรรม รูปแบบความคิด และวิถีชีวิต เธออธิบายว่า Hygge คือบรรยากาศของความสบาย เริ่มจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว แล้วส่งผลให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย หรืออาจเป็นความอบอุ่นใจจากการอยู่ใกล้ครอบครัวและเพื่อนสนิท
บทความระบุว่า Hygge เป็นกระแสในอเมริกาตั้งแต่ถูกจัดเป็นคำศัพท์แห่งปี ค.ศ. 2016 แต่ผู้เขียนรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงในไทยและเอเชีย เธอเล่าว่าคนเดนมาร์กไม่ได้มองความสุขเป็นเหตุการณ์ใหญ่อย่างการถูกลอตเตอรี่ แต่คือสิ่งเล็ก ๆ ที่สร้างให้ตัวเองได้ในแต่ละวัน

1. บ้านที่ช่วยเยียวยา
ผู้เขียนเล่าว่าสำหรับคนเดนมาร์ก บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่เยียวยาตัวเองจากงานหนักนอกบ้าน และเป็นที่พบปะกับคนสนิทและครอบครัว คนเดนมาร์กจึงลงทุนกับการแต่งบ้าน ตัวอย่างที่เธอยกคือรุ่นพี่ในทีมที่ซื้อประตูไม้มะฮอกกานีทั้งแผ่นราคาเกือบแสนบาท สั่งทำพิเศษสำหรับอพาร์ตเมนต์
บ้านแบบ Hygge ตามที่เธอบรรยายมีลักษณะดังนี้
- จัดแสงโทนอุ่น เช่น เทียนบนโต๊ะกินข้าว เตาผิง และมุมต่าง ๆ ของบ้าน
- เฟอร์นิเจอร์ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้เนื้อแข็งและผ้า
- เสริมด้วยพรม ขนสัตว์ หรือผ้าตกแต่งโทนสีใกล้ธรรมชาติ
เธอยกตัวอย่างอาหารเช้าของโรงแรมที่พัก ซึ่งทุกโต๊ะมีแก้วเทียนและโทนสีไม้กับหนังสัตว์ แล้วให้คะแนนความ Hygge 9 เต็ม 10 และบอกว่าถ้ามีเพื่อนสนิทนั่งกินด้วยจะได้เต็ม

2. เวลาคุณภาพกับคนสนิท
ผู้เขียนอธิบายว่าคนเดนมาร์กค่อนข้างเก็บตัว และให้ความสำคัญกับคุณภาพของเพื่อนมากกว่าจำนวน เพื่อนมักเป็นคนที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก เพราะการอยู่กับเพื่อนสนิททำให้ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ รุ่นพี่ชาวเดนมาร์กในทีมเล่าว่า Hygge ของเขาคือชวนเพื่อนสนิทมาทำอาหารที่บ้านและคุยกันจนดึก ทุกคนแต่งตัวสบาย ๆ ไม่มีใครแต่งหน้าทำผม ความสนใจอยู่ที่เรื่องที่คุย บรรยากาศ และอาหาร
ผู้เขียนเสริมว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้านความสุข ที่ระบุว่าความพึงพอใจในความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนเป็นตัวชี้สำคัญว่าคนเรามีความสุขกับชีวิตหรือไม่ ภาพประกอบในบทความคือมื้อบรันช์ที่บ้านเพื่อนร่วมงานชาวเดนมาร์ก ทุกคนแบ่งกันนำอาหารมา และเจ้าของบ้านอบขนมปังเอง

3. การดูแลตัวเองทั้งกายและใจ
แม้ Hygge มักหมายถึงช่วงเวลาที่แบ่งปันกับคนอื่น ผู้เขียนเห็นว่าแนวคิดนี้เริ่มจากตัวเราเองที่ต้องรู้สึกผ่อนคลายและเติมเต็ม คนเดนมาร์กให้ความสำคัญกับเวลาส่วนตัว (Me time) และการชะลอจังหวะในแต่ละวัน เช่น ชงกาแฟร้อนสักแก้ว ขดตัวอ่านหนังสือหน้าเตาผิง หรือออกไปเดินเล่น
เธอสังเกตว่าแฟชั่นของผู้หญิงเดนมาร์กเน้นความสบายมากกว่าความสวยงาม เช่น เสื้อไหมพรมนิ่ม ผ้าพันคอ ออกจากบ้านโดยไม่แต่งหน้า หรือรวบผมมวย เธอเล่าว่าครั้งหนึ่งบ่นกับเพื่อนชาวเดนมาร์กว่าไม่ชอบใส่ยีนส์เพราะขาดูใหญ่ เพื่อนทำหน้างงและบอกว่าไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้เลย
ข้อสรุปของผู้เขียน
ผู้เขียนมองว่า Hygge เป็นแนวคิดที่มีพลัง เพราะเป็นความสุขที่สร้างเองได้จากเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เช่น กินข้าวเย็นพร้อมครอบครัว ทำขนม หรืออ่านหนังสือ และอย่าลืมแบ่งช่วงเวลาเหล่านี้ให้คนสำคัญในชีวิตด้วย เธอปิดบทความด้วยประโยคว่าความสุขหวานที่สุดเมื่อได้แบ่งปัน
ข้อสังเกตทั้งหมดในบทความนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนในช่วงที่ทำงานในโคเปนเฮเกน ไม่ใช่งานวิจัยเชิงวิชาการ