ญี่ปุ่นเปิดประตูรับแรงงานล็อตใหญ่! ไทยได้ดีลประวัติศาสตร์ “Ikusei Shuro” อยู่ยาวแถมพาครอบครัวไปได้

ญี่ปุ่นเปิดประตูรับแรงงานล็อตใหญ่! ไทยได้ดีลประวัติศาสตร์ “Ikusei Shuro” อยู่ยาวแถมพาครอบครัวไปได้

บทความโดย : ดาวหางสีแดง…ชาร์ อัสนาเบิ้ล www.marumura.com

ใครที่กำลังวางแผนอนาคต อยากไปทำงานต่างแดนโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น เตรียมตัวให้ดีครับ! ข่าวใหญ่ล่าสุดที่น่าสนใจมาก คือการที่ไทยและญี่ปุ่นเพิ่งเซ็นสัญญาความร่วมมือด้านแรงงานฉบับใหม่แบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ไทยเรากลายเป็น “ประเทศแรกของโลก” ที่ได้ลงนามในดีลนี้

ญี่ปุ่นเปิดประตูรับแรงงานล็อตใหญ่! ไทยได้ดีลประวัติศาสตร์ “Ikusei Shuro” อยู่ยาวแถมพาครอบครัวไปได้


จาก “ฝึกงาน” สู่ “ร่วมงาน” ระบบใหม่ที่ก้าวกระโดด

ญี่ปุ่นกำลังจะเลิกใช้ระบบฝึกงานแบบเดิมๆ แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ที่ชื่อว่า “อิกุเซ ชูโร” (Ikusei Shuro) ครับ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ญี่ปุ่นไม่ได้มองว่าแรงงานต่างชาติเป็นแค่คนมาฝึกงานชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการเข้ามา “ทำงานไป เรียนภาษาไป” จนเก่ง แล้วขยับขยายไปสู่การต่อสัญญาที่มั่นคงขึ้น แผนนี้จะเริ่มดีเดย์เต็มตัวในวันที่ 1 เมษายน 2027 โดยตั้งเป้ารับแรงงานต่างชาติกว่า 426,200 คนภายใน 2 ปีแรก ครอบคลุม 17 สายงานที่ญี่ปุ่นกำลังขาดแคลนหนัก ทั้งเกษตร ก่อสร้าง และบริการ


เปิดเงื่อนไข: ทำไมถึงถูกมองว่าเป็นการ “ย้ายถิ่นฐาน”?

ความพีคของระบบนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนเท่านั้น แต่มันอยู่ที่ “บันไดขั้นถัดไป” ที่น่าสนใจมากครับ

1. 3 ปีแรก: เป็นช่วงเริ่มต้น เน้นทำงานและเรียนภาษา ใครที่ภาษายังไม่เป๊ะก็สมัครได้
2. อัปเกรด: เมื่อสอบผ่านทั้งงานและภาษา จะเปลี่ยนสถานะเป็น “แรงงานฝีมือ” (วีซ่าทักษะเฉพาะทาง) อยู่ยาวได้อีก 5 ปี
3. ตั้งรกราก: ถ้าทำผลงานได้ดีจนถึงขั้นเชี่ยวชาญ สามารถขอวีซ่าอยู่ยาวได้ตลอดชีพ ที่สำคัญคือ “พาครอบครัวไปอยู่ด้วยกันได้”

นี่แหละครับที่ทำให้คนญี่ปุ่นเองยังรู้สึกหวั่นใจ เพราะมันไม่ใช่แค่การจ้างงานแบบไปเช้าเย็นกลับ แต่เป็นการเปิดประตูให้คนต่างชาติเข้ามาสร้างครอบครัวในญี่ปุ่นอย่างจริงจัง


มุมมองฝั่งญี่ปุ่น: เสียงแตกทั้ง “ยอมรับ” และ “กังวล”

พอมีข่าวออกไป โซเชียลมีเดียฝั่งญี่ปุ่นก็ดราม่ากันพอสมควรเลยครับ มีทั้งกลุ่มที่กังวลเรื่องปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะเคสที่เคยเกิดขึ้นในเมืองคาวากุจิ จนเกิดความกลัวว่าจะซ้ำรอยปัญหาทางสังคมที่เคยเกิดขึ้นในยุโรป อีกมุมที่น่าคิดคือ ชาวเน็ตญี่ปุ่นบางส่วนตั้งคำถามกับรัฐบาลตัวเองว่า “ทำไมไม่ขึ้นเงินเดือนให้คนในชาติทำงานล่ะ?” ถึงขนาดมีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลยอมโอนอ่อนให้กลุ่มทุนที่อยากได้แรงงานราคาถูก มากกว่าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ


ทำไมต้อง “ไทย”? และทำไมต้องคุมเข้ม?

การที่ไทยได้เป็นประเทศแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มาจากความร่วมมือที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 2019 โดย MOU ฉบับใหม่นี้ เน้น “การกวาดล้างนายหน้าเถื่อน” ให้สิ้นซาก ญี่ปุ่นจะคัดบริษัทที่ไว้ใจได้ ส่วนไทยก็ต้องสกรีนบริษัทจัดส่งให้โปร่งใส เพราะที่ผ่านมามีเคสปวดหัวเยอะมาก ทั้งการหลอกไปทำงานผิดกฎหมายหรือการล่อลวงผ่านโซเชียล ทำให้ทั้งสองประเทศต้องเข้มงวดกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ


โอกาสครั้งใหญ่ที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าลองดูตัวเลขเป้าหมายรวมที่ญี่ปุ่นวางไว้ถึง 1.2 ล้านคนภายในปี 2029 (รวมทุกระบบ) นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ของแรงงานไทยที่มีฝีมือจริงๆ ครับ อย่างไรก็ตาม เหรียญมีสองด้านเสมอครับ แม้ญี่ปุ่นจะอ้าแขนรับ แต่เขาก็ “คัดคน” อย่างหนักเหมือนกัน ใครที่คิดจะไปต้องเตรียมตัวทั้งเรื่องภาษาและทักษะฝีมือให้พร้อม เพราะถ้าเราเป็น “ของจริง” นี่คือโอกาสทองที่ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ

บทความโดย : ดาวหางสีแดง…ชาร์ อัสนาเบิ้ล www.marumura.com

เรื่องแนะนำ :
– โอซาก้ามาราธอน 2027: เตรียมความฟิตให้พร้อม แล้วไปสร้างตำนานบทใหม่กัน!
– เจาะลึกเทรนด์น้องแมวยอดฮิตของชาวญี่ปุ่น ครึ่งปีแรก 2026
– Tokyo Marathon 2027: ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ฉลองครบรอบ 20 ปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
– เทศกาลกิออน (Gion Matsuri – 祇園祭)
– เที่ยวเกียวโต : Gion Matsuri (祇園祭)

#ญี่ปุ่นเปิดประตูรับแรงงานล็อตใหญ่! ไทยได้ดีลประวัติศาสตร์ “Ikusei Shuro” อยู่ยาวแถมพาครอบครัวไปได้

Tags :

“ชาร์ อัสนาเบิ้ล” ชายหนุ่มผู้ชื่นชอบสีแดง ชอบประเทศญี่ปุ่นที่สุดในโลก ประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเขา เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานาน.. ชื่นชอบเรื่องกีฬา สุขภาพ การท่องเที่ยว สัตว์เลี้ยง คุยได้แทบทุกเรื่อง ชอบที่สุดคือการฟังเพลง ร้อง‘เกะและนอนหลับพักผ่อน อาหารที่ชอบคือทุกอย่างที่เป็น อาหารญี่ปุ่น, ไข่เจียว, แกงเขียวหวาน, ข้าวมันไก่ สัตว์เลี้ยงที่ชอบคือสุนัข หนูแก๊สบี้ คาปิบาร่า ตัวนาก