‘ความปกติใหม่’ จากมุมมอง IMF

เศรษฐกิจโลกยุคปัจจุบัน กำลังก้าวผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และความผันผวนรอบด้าน แม้ภาพรวมหลายประเทศ จะสามารถประคับประคองการฟื้นตัวให้อัตราการเติบโตคงอยู่ที่ระดับประมาณ 3% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับวิกฤติต่าง ๆ ที่ผ่านมา
แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าว มีสัญญาณเตือนมาจากองค์กรการเงินระดับโลก อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ครบถ้วน
“คริสตาลินา กอร์เกียวา” กรรมการผู้จัดการ IMF ออกมาสะท้อนมุมมองที่สำคัญผ่านเวทีเสวนา โดยเน้นย้ำว่าปัญหาเงินเฟ้อยังมีลักษณะเรื้อรัง และไม่สามารถแก้ไขให้คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ปัจจัยนี้ทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศทั่วโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องคงจุดยืนในการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป เพื่อควบคุมราคาสินค้าและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระยะยาว
อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินย่อมมีต้นทุนที่ต้องแลกมา โดยเฉพาะภาระและต้นทุนการชำระหนี้ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความยากลำบากให้กับทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป แม้ว่าหลายฝ่ายจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้มแกร่งทางการคลัง แต่ทางปฏิบัติจริงกลับ พบว่า มาตรการส่วนใหญ่มีความล่าช้าและขาดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตา และถือเป็นความเสี่ยงใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI แม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจอนาคต
แต่ IMF กลับเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้เงินกู้ยืมและกระบวนการจัดหาเงินทุนหมุนเวียนที่เกินตัว หรือที่เรียก ว่าการใช้ Leverage สัดส่วนที่สูงเกินไป
ความเสี่ยงดังกล่าวอาจกลายเป็นวิกฤติลูกโซ่ได้ หากความคาดหวังของตลาดและนักลงทุนที่มีต่อเทคโนโลยี AI สูงจนเกินความเป็นจริง แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ความผิดหวังระดับมหภาคนี้ย่อมส่งผลกระทบสั่นคลอนเสถียรภาพของระบบการเงินโลก
ปัจจุบันจุดศูนย์กลางความเสี่ยงจากการจัดหาเงินทุนด้าน AI นี้กระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ต่างมีความเกี่ยวโยงและอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุดโลกยุคปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “ความปกติใหม่” หรือ New Normal ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องเรียนรู้ที่จะรับมือ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจอาจทำให้โลกมีความเป็นหนึ่งเดียวน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความพึ่งพาอาศัยกันและการร่วมมือกันยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด
ดังนั้นความระมัดระวัง รอบคอบและการเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงรอบด้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ การประคับประคองเศรษฐกิจโลกให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง..!!
Back to top button