“เอกนิติ” หวัง IMF-World Bank 2026 เงินสะพัด 2 พันล. ดันไทยฮับลงทุน AI–EV

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจัดเตรียมสถานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ QSNCC ดำเนินการเสร็จสิ้นเต็มรูปแบบในทุกมิติแล้ว 100% และพร้อมส่งมอบพื้นที่ให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

โดยการจัดงานในครั้งนี้เปรียบเสมือนการยกสำนักงานใหญ่ของ IMF และ World Bank จากกรุงวอชิงตัน ดีซี มายังประเทศไทย เพื่อต้อนรับผู้กำหนดนโยบายและนักเศรษฐศาสตร์จาก 191 ประเทศ รวมมากกว่า 16,000 คน
ทั้งนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่และการรักษาความปลอดภัย ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้ยกระดับสู่มาตรฐานสากลขั้นสูงสุด และมีการจัดตั้งศูนย์ควบคุม Master Control Room รวมถึงระบบถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับอีเวนต์ระดับโลกอย่าง FIFA World Cup และ UEFA Champions League ภายใต้การดูแลของทีมบุคลากรที่เคยผ่านงาน World Economic Forum ณ เมืองดาวอส มาแล้ว
ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดระบบคัดกรองพื้นที่หลายชั้น Security Zoning มีจุดตรวจ X-ray 17 จุด และ Walk-through 19 จุด พร้อมเชื่อมต่อระบบ CCTV และกองกำลังดูแลโรงแรมที่พักทางการทั้ง 21 แห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลประเมินว่าการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050–2,250 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน ที่มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7–10 วัน และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000–15,000 บาทต่อคนต่อวัน กระจายลงสู่ภาคการท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร
นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้แสดงศักยภาพความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ FDI ในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI และยานยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
สำหรับการนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) และวัฒนธรรมไทย ได้มีการตกแต่งสถานที่ด้วยอัตลักษณ์ผ้าไทย 40 ลาย จาก 21 จังหวัด 28 ชุมชน พร้อมจัดแสดงประติมากรรม “Impact Piece Sculpture” ที่ถักทอจากวัสดุธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนการบริการอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ของไทย ซึ่งมีเมนูไฮไลต์อย่างกาแฟ “AM Brew” และ “ชาไทย by QSNCC” คอยต้อนรับแขกวีไอพีด้วยมาตรฐาน Thai Hospitality

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สศค. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Green Meeting” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้จัดรถยนต์ไฟฟ้า EV กว่า 320 คันให้บริการผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 95.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และใช้ระบบบริหารจัดการขยะอาหารไปทำปุ๋ยอินทรีย์ รวมถึงงดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งหมด
นอกจากนี้ ได้เตรียมการจัดแสดง “Thailand Pavilion” 3 โซนหลัก ได้แก่
- โชว์ความสำเร็จ PromptPay หรือ Digital Public Infrastructure
- การรับมือความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ Climate Resilience
- ระบบสุขภาพและ Wellness หรือ Longevity
ควบคู่ไปกับการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่สายตาประชาคมโลก