"พิพัฒน์" พร้อมเต็มสูบรับประชุม IMF-World Bank กางแผนแก้ปัญหาสัมภาระตกค้างไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย-รับมือน้ำท่วม : อินโฟเควสท์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ เที่ยวบินของบมจ.การบินไทย [THAI] ทั้งขาเข้า และขาออก ให้บริการได้ตามปกติ 100% มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 69 ไม่มีการลดเที่ยวบินแล้ว ส่วนคลังสินค้า เหลือตกค้าง 3-4 % เท่านั้น กระเป๋าสัมภาระเหลือตกค้าง ประมาณ 400 ใบที่อยู่ระหว่างติดต่อเจ้าของ ซึ่งที่ผ่านมา ทางบมจ. ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือทอท.ได้ให้ความร่วมมือในการเข้าไปช่วยเหลือการบินไทยอย่างเต็มที่
สำหรับกรณีช่วงวันที่ 12–18 ต.ค.69 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) โดยมีรมว.คลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักวิชาการ และผู้นำทางความคิดจาก 191 ประเทศทั่วโลก กว่า 15,000 คน เดินทางมายังประเทศไทยนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อม ตั้งแต่สนามบิน โดยเฉพาะการขนส่งกระเป๋าสัมภาระไม่ให้เกิดการตกค้างซ้ำรอย ปัญหาเดิมต้องไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งทอท.และ การบินไทย มีการประสานงานแผนงานไว้แล้ว และวอร์รูมก็ยังคงอยู่ ยังไม่ได้ยกเลิก ยังทำงานร่วมกันตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีข้อติดขัด
ส่วนการคมนาคมภายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ (Work from Home) ในวันที่ 12, 14 และ 15 ต.ค 69 ส่วนวันศุกร์ที่ 16 ต.ค.69 ประกาศเป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษเฉพาะหน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและรองรับการจัดการประชุมฯ เพื่อลดปัญหาการจราจร
ส่วนกรณีหลายพื้นที่ในกทม. ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะทำการสำรวจว่ายังมีรถยนต์จอดอยู่บนถนนหรือสะพานอีกหรือไม่ หากมีจะประสานเจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายหรือให้เจ้าหน้าที่นำรถออกยังจุดที่น้ำไม่ท่วมก่อน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
กระทรวงคมนาคมได้เตรียมความพร้อมและป้องกันและการอำนายความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุม IMF และ World Bank Group และทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ทั้งอุปกรณ์และรถยนต์ยกสูงต่างๆ รวมไปถึงการขอความร่วมมือจากกองทัพด้วย
*ดึง AOTGA ให้บริการรายที่ 3 เสริมทัพ รอเซ็น 8 ต.ค.
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ในวันที่ 8 ต.ค. 69 ทอท.จะลงนามสัญญา กับ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ให้บริการคลังสินค้ารายที่ 3 และผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท หลังลงนามสัญญาทาง AOTGA จะเตรียมอปุกรณ์และบุคลากร คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในต้นปี 2570 ส่วนคลังสินค้า จะเร่งดำเนินการก่อสร้างคลังสินค้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 18 เดือน
การมีผู้ให้บริการรายที่ 3 เป็นไปตามมติครม.ที่กำหนดให้มีเมื่อผู้โดยสารเกินกว่า 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งปัจจุบันสุวรรรภูมิมีผู้โดยสารเกิน 60 ล้านคนต่อปีแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้ให้บริการเพิ่ม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ
และในสัญญา ของ AOTGA ผู้ให้บริการรายที่ 3 นั้นนอกจากมีการกำหนดประสิทธิภาพการให้บริการ เป็นการประเมินผล (KPI) แล้วยังมีการกำหนดค่าปรับไว้ด้วยกรณีที่ไม่สามารถทำได้ตาม ที่ KPI กำหนดซึ่งมีหลานข้อ เช่น ความเร็วของการขนส่งกระเป๋าสัมภาระเกินกว่ากำหนด การให้บริการต่าง ซึ่งหากประเมินต่ำกว่า KPI จะถูกปรับเป็นเงิน ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา ซึ่งเงื่อนไขนี้จะเพิ่มในการผู้ให้บริการรายที่ 2 ที่จะประมูลใหม่ ก็ได้เพิ่มเงื่อนไขค่าปรับไปด้วย ดังนั้น ก็จะเหลือสัญญาของการบินไทยรายเดียวที่มีเพียง KPI แต่ไม่มีค่าปรับ
ส่วนคำถามว่า ระยะสัญญา 25 ปี ค่อนข้างนานไป สามารถปรับให้ระยะเวลาสั้นลงได้หรือไม่ นางสาวปวีณาการกล่าวว่า โครงการเหล่านี้ใช้เงินลงทุนสูง และการควบคุมเรื่องค่าบริการที่เหมาะสมทำให้ใช้เวลากว่าจะคุ้มทุน จึงคำนวนเวลาที่เหมาะสมไปที่ 25 ปี เป็นเหตุเป็นผลและทอท.ดำเนินการตามหลักพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุน พ.ศ. 2562
“การมีผู้ให้บริการรายที่ 3 จะแบ่งเบาและเพิ่มทางเลือกให้สายการบิน จากเดิมที่มีผู้ให้บริการเพียง 2 ราย สายการบินไทยไม่มีทางเลือกและขีดความสามารถไม่เพียงพอ ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เที่ยวบินดีเลย์”
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน