“เอกนิติ” ย้ำเสถียรภาพเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย ชูผลสำเร็จเวที IMF–World Bank


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ต.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า ตลาดหุ้นเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่น สิ่งสำคัญในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือการพยายามทำให้ตลาดทุนไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น ควบคู่กับการสร้างรากฐานและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย โดยการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 สะท้อนอย่างชัดเจนว่า ประเทศใดที่ไม่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ประเทศนั้นจะสูญเสียความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พยายามดำเนินการควบคู่กัน คือการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระยะยาว โดยเน้นการลงทุน ทั้งการลงทุนในคน โครงสร้างพื้นฐาน และการจับมือกับภาคเอกชน เพื่อทำให้ประเทศไทยเรา Take off เปรียบเสมือนเครื่องบินที่จะได้บินขึ้นไปอีกครั้ง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศไทยได้นำเสนอนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล (DPI) เช่น ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) และนกกระซิบ ซึ่งเป็นระบบ Small AI ที่ช่วยบันทึกยอดขายให้ร้านค้ารายย่อยในโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังได้หารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ Small AI กับนางนิรมลา สิทธารามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย ซึ่งทางอินเดียให้ความสนใจ AI นกกระซิบของไทยเป็นอย่างมาก ส่วนไทยสนใจศึกษาการนำเกษตร AI จากอินเดียมาช่วยเกษตรกรไทยในเรื่องการเพาะปลูกและการใช้ปุ๋ย เป็นต้น

“ประเทศต่าง ๆ ควรเร่งพัฒนาทักษะกำลังคนให้สามารถประยุกต์ใช้ AI ได้จริง เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานและยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น ซึ่งตรงกับแนวคิด Small AI, Better Jobs ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างเทคโนโลยีที่หรูหราซับซ้อน แต่เน้นผลักดันการนำ AI ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าว

สำหรับการบริหารจัดการภัยพิบัติและสังคมผู้สูงอายุ นายเอกนิติ กล่าวว่า ทางธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ โดยธนาคารโลกได้มอบเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า (Grant) เพื่อศึกษาการจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก ในการแก้ปัญหาที่ต้นตอ และลดภาระงบประมาณเยียวยาภัยพิบัติ

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังได้แทรกซึมเนื้อหาทางวิชาการเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Longevity) เข้าไปในเวทีโลก พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก ADB ในการดูแลสังคมผู้สูงอายุและการพัฒนาโรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) รวมถึงนำเสนอแนวคิดการสร้างความยืดหยุ่นและการสร้างพลังพัฒนาคนบนเวทีระดับโลก

นายเอกนิติ กล่าวถึงประเด็นวินัยการคลังว่า IMF ได้เตือนเรื่องหนี้สาธารณะทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนแตะระดับเกือบ 100% ของ GDP ส่วนประเทศไทยสามารถรักษาระดับหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 60% ของ GDP และอยู่ภายใต้กรอบเพดาน 70% ซึ่งสะท้อนการรักษาวินัยทางการคลังที่ดี

นอกจากนี้ รัฐบาลได้เดินหน้าการปฏิรูปทางภาษี ด้วยการปรับลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อน และนำระบบดิจิทัล AI เข้ามาช่วยขยายฐานภาษีให้เป็นธรรม และดึงผู้หลบภาษีนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ พร้อมปรับปรุงภาษีสรรพสามิต และจัดเก็บภาษีจาก SMEs ต่างชาติที่เข้ามาตีตลาดอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อคุ้มครอง SMEs ไทย

ด้านการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) และห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ (AI Supply Chain) นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 7 ประเทศของเอเชียที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลกได้สำเร็จ ซึ่งภาครัฐพร้อมเดินหน้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Data Center และเทคโนโลยี AI เต็มที่ พร้อมวางกรอบกำกับดูแลที่คำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยได้เดินหน้ากระชับความร่วมมือและสร้างพันธมิตรระดับสากล ผ่านการประชุมทวิภาคีกว่า 50 นัดหมายร่วมกับ 20 ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางอย่างบาห์เรน และธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (Islamic Development Bank) ที่แสดงความสนใจย้ายฐานการลงทุนและร่วมพัฒนาธุรกรรมการเงินอิสลาม ควบคู่กับการเจรจาความร่วมมือด้านพลังงานและประเด็นด้านคาร์บอนกับกลุ่มประเทศยุโรป

นอกจากนี้ ยังได้ลงนามข้อตกลงสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ 1. อนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement) กับนอร์เวย์ เพื่อเชื่อมโยงสู่ยุโรป 2. ข้อตกลงกับ ADB เพื่อพัฒนาสังคมผู้สูงอายุและโรงพยาบาลสีเขียว และ 3. ความร่วมมือกับลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub)

“ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นเครื่องบินที่จะทะยานขึ้นบินอีกครั้งหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยการผนึกกำลังร่วมกันของทุกภาคส่วน ซึ่งตลอดช่วงการประชุม 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พยายามแทรกทุกอณูในการนำชุมชนไทยและคนไทยเข้ามามีส่วนร่วม และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเวทีระดับโลก” นายเอกนิติ กล่าว