Infineon ยักษ์ชิปเยอรมันมาไทย เปิดโรงงานเฉียด 5 หมื่นล้านบาท ป้อนไลน์ผลิตรถอีวี-ดาต้าเซ็นเตอร์ - Marketeer Online
ไทยได้เชื่อมเข้ากับอุตสาหกรรมชิปโลกที่กำลังคึกคัก ผ่านการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อสร้างโรงงานของ Infineon บริษัทชิปใหญ่สุดของเยอรมนี
อินฟินีออน ก่อตั้งเมื่อปี 1999 จากการแยกแผนกชิปของ ซีเมนส์ บริษัทใหญ่อันดับต้นๆ ของเยอรมนี ต่อมาในปี 2000 อินฟินีออน ได้ทำไอพีโอทั้งในตลาดหุ้นเยอรมนีและสหรัฐฯ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุน

ทำให้สามารถระดมทุนได้สูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ถือเป็นไอพีโอบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่สุดในโลก ณ ขณะนั้น
ทว่าจากนั้นก็เกิดปัญหาขึ้น โดยตลาดชิปหน่วยความจำร่วงอย่างหนักจากวิกฤตธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่เรียกกันว่า “ฟองสบู่ดอตคอม” ซึ่งกระทบโดยตรงต่อ อินฟินีออน
จนในปี 2001 อินฟินีออน ขาดทุนมากถึง 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16,800 ล้านบาท) และงบลงทุนตกไปมากถึง 60% นำมาสู่การปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่
ถัดมาสถานการณ์ของ อินฟินีออน ก็ดีขึ้น นำมาสู่การแยกปีกธุรกิจชิปหน่วยความจำออกเป็น บริษัทคิมอนดา ในปี 2006
แต่ คิมอนดา กลับเป็นบริษัทที่อายุสั้น และเป็นสาเหตุในวิกฤตครั้งที่ 2 ของ อินฟินีออน
โดยในปี 2007 บริษัทชิปทั่วโลกต่างเร่งแข่งกันผลิตชิปออกมา เพื่อป้อนสายการผลิตคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนจนเกิดภาวะล้นตลาด
วิกฤตเศรษฐกิจโลกซึ่งเริ่มจากสหรัฐฯ ที่เรียกกันว่า “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” ในปี 2008 ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคทั่วโลกลดลง นี่ถือเป็นการซ้ำเติมอุตสาหกรรมชิป จนทำให้ คิมอนดา ล้มละลายในปี 2009
ปัญหาของ คิมอนดา ส่งผลต่อ อินฟินีออน เพราะแม้แยกออกไปเป็นอีกบริษัทแล้ว แต่ อินฟินีออน ก็ยังถือหุ้นใหญ่อยู่ใน คิมอนดา
อินฟินีออน ผ่านวิกฤตดังกล่าวมาได้ด้วยการขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักอย่างธุรกิจการสื่อสารผ่านสายสัญญาณและธุรกิจการสื่อสารแบบไร้สายออกไป แล้วปรับทิศทางองค์กรใหม่
โดยหันมาเน้นชิปในรถยนต์ อุตสาหกรรม และพลังงาน เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการสม่ำเสมอและมีอัตรากำไรสูงกว่า ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ จนกลับมาทำกำไรในปี 2010
หลังเห็นว่าชิปด้านอุตสาหกรรมและพลังงานจะทวีความสำคัญ อินฟินีออน จึงเพิ่มความแข็งแกร่งให้ปีกธุรกิจนี้ด้วยการเข้าซื้อกิจการของ ไออาร์ในปี 2015 ต่อด้วย ไซเปรสในปี 2020
ถัดมาอุตสาหกรรมชิปทั่วโลกคึกคักอย่างมาก ท่ามกลางความต้องการชิปเพื่อนำไปใช้ในดาตาเซนเตอร์ กิจการพลังงานและรถอีวี อินฟินีออน จึงเห็นว่าควรขยายโรงงานไปต่างประเทศ
ปี 2025 อินฟินีออน เลือกไทยเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชุดการรวมตัวของอุปกรณ์สวิตช์พลังงานหลายๆ ชิ้น เข้ามาจัดให้อยู่ในโมดูลหรือกล่องแพ็กเกจจิ้งเดียวกัน (Power Module)
ที่เปรียบได้กับหัวใจและระบบกล้ามเนื้อในการควบคุมพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ในรถอีวี โครงสร้างพลังงาน และดาต้าเซนเตอร์
สำหรับตัวโรงงาน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 120 ไร่ ของอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยถือเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ของอินฟินีออนในไทย หลังแห่งแรกที่จังหวัดนนทบุรีถูกขายต่อให้เอ็มพีไอ บริษัทชิปมาเลเซียไปเมื่อต้นปี 2026

แต่เป็นโรงงานศูนย์กลางการผลิตพาวเวอร์โมดูลแห่งที่ 3 ในโลกของอินฟินีออนต่อจากเยอรมนี จีน และเป็นโรงงานพาวเวอร์โมดูลแห่งแรกของบริษัทในแถบอาเซียน
ล่าสุด 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โรงงานพาวเวอร์โมดูล ภายใต้เงินลงทุน 1,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 47,000 ล้านบาท) ของ อินฟินีออน ในไทยได้เริ่มเดินสายการผลิตแล้ว ด้วยพนักงานเริ่มต้นที่ 350 คน และมีแผนเพิ่มเป็น 1,000 คนในอนาคต
ทั้งนี้ อินฟินีออน บริษัทชิปใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ที่ทำเงินเป็นอันดับ 17 ของโลก ซึ่งเลือกไทยเป็นฐานการผลิตพาวเวอร์โมดูลแห่งใหม่และแห่งแรกในอาเซียนมาจาก 5 สาเหตุ
สาเหตุแรกคือไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์และรถอีวีของอาเซียน สาเหตุที่ 2 คือ ซัพพลายเชนชิปของไทยเชื่อมโยงกับสายการผลิตในแถบอาเซียนอยู่แล้ว จึงสามารถลดต้นทุนไปได้มหาศาล
ส่วนสาเหตุที่ 3 คือ เป็นการกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และลดการพึ่งพาจีน ต่อด้วยสาเหตุที่ 4 คือ มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และความเชี่ยวชาญทั้งอุตสาหกรรมชิปและยานยนต์อยู่พอสมควร

โดยมีการสนับสนุนและส่งเสริมจากรัฐบาลไทย ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตามนโยบายดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมต้นน้ำและเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นสาเหตุสุดท้าย / allaboutindustries, financeyahoo, wikipedia, companymarketcap