ชาร์จ iPhone ถึง 80% ต้องรีบถอดจริงไหม? Apple เฉลย เรื่อง "ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน"
หลังจากซื้อ iPhone เครื่องใหม่ หลายคนมักจะกังวลเรื่อง "สุขภาพแบตเตอรี่" (Battery Health) จนกลายเป็นความเครียด บางคนถึงขั้นตั้งกฎเหล็กว่าจะต้องชาร์จเมื่อแบตฯ เหลือ 20% และรีบถอดสายออกทันทีเมื่อถึง 80% จนทำให้ใช้งานความจุแบตเตอรี่ได้จริงเพียง 60% เท่านั้น และเกิดคำถามตามมาว่าการถนอมแบตฯ แบบนี้คุ้มค่ากับความสะดวกในชีวิตจริงหรือไม่
Apple เฉลยแล้ว! ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนอันตรายหรือไม่?
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนเว็บบอร์ด Dcard ได้ตั้งกระทู้ถามถึงประเด็นนี้ ซึ่งตรงกับความกังวลของสาวกแอปเปิลจำนวนมาก โดยทาง Apple ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า ระบบการชาร์จของ iPhone จะตัดกระแสไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% จึงมีความปลอดภัยแม้จะเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน และจะเริ่มระบบชาร์จใหม่อีกครั้งเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงต่ำกว่า 95% ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อถอดสายชาร์จ
อย่างไรก็ตาม Apple แนะนำว่าหากแบตเตอรี่เต็มแล้วก็สามารถถอดสายออกได้ตามสะดวก และควรเปิดใช้งานฟีเจอร์ "การชาร์จเพื่อถนอมแบตเตอรี่" (Optimized Battery Charging) เพื่อลดเวลาที่แบตเตอรี่จะค้างอยู่ที่ระดับ 100% เป็นเวลานาน โดยระบบจะเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้และค่อยๆ ชาร์จส่วนที่เหลือให้เต็มพอดีก่อนเวลาที่คุณมักจะถอดสายชาร์จ
iStockphoto
iPhone รุ่นใหม่กำหนดขีดจำกัดได้ ความร้อนคือศัตรูตัวจริง
สำหรับผู้ที่ต้องการจำกัดการชาร์จไว้ที่ 80% Apple ได้เพิ่มฟังก์ชันใน iPhone 15 และรุ่นที่ใหม่กว่า ให้สามารถตั้งค่าขีดจำกัดการชาร์จได้ตั้งแต่ 80% ถึง 100% (ปรับเพิ่มลดได้ทีละ 5%) โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อคอยถอดสายชาร์จด้วยตัวเองอีกต่อไป
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร ไม่ใช่การนั่งเฝ้าเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ แตการหลีกเลี่ยง "ความร้อนสูง" Apple เตือนว่าการใช้งานหรือชาร์จเครื่องในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียส เช่น วางไว้ในรถที่ตากแดด หรือชาร์จใต้ผ้านวมที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี อาจส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างถาวร
ดังนั้นการเปิดฟีเจอร์ถนอมแบตฯ และเลี่ยงความร้อนจึงเป็นวิธีดูแลที่ได้ผลจริงและไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก