เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
วันนี้ (22 ก.ย.2569) นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยว่า ภูมิทัศน์การลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน จากเดิมที่มุ่งดึงดูดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อม ที่สามารถรองรับการลงทุนที่นำเทคโนโลยี ทักษะ และมูลค่าเพิ่มสูงเข้ามา พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ออกไปลงทุนและสร้างเครือข่ายในต่างประเทศ เพื่อรับมือกับการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและทิศทางเงินทุนโลก
นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD
ปัจจุบันการตัดสินใจลงทุนระหว่างประเทศ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะต้นทุนการผลิตหรือขนาดตลาดอีกต่อไป แต่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกับเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงด้านพลังงาน ศักยภาพด้านนวัตกรรม และทักษะแรงงาน ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางเงินลงทุนโลก
ทั้งนี้ รายงาน World Investment Report 2026 (WIR 2026) ของ UN Trade and Development ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้น 6% อยู่ที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังหดตัวต่อเนื่อง 2 ปี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของ FDI ยังไม่ทั่วถึง และมีแนวโน้มกระจุกตัวมากขึ้นในบางประเทศและอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์
เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
โดยเฉพาะการลงทุนใน Strategic Sectors อาทิ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับ AI ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ แร่สำคัญ และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น 44% ของมูลค่าโครงการลงทุนใหม่ (Greenfield Investment) ทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2563
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า การแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศนวัตกรรม ทักษะแรงงาน รวมถึงความสามารถในการเชื่อมโยงกับตลาดและห่วงโซ่มูลค่าในระดับภูมิภาคและโลก
สำหรับประเทศไทยยังมีสัญญาณเชิงบวก โดยข้อมูลของ UN Trade and Development ระบุว่า FDI inflows ของไทยเพิ่มขึ้น 30% ในปี 2568 สะท้อนโอกาสของไทยจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานและการกระจายฐานการลงทุนของภาคธุรกิจทั่วโลก
เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
นายสุภกิจ ระบุว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ที่สนับสนุนการลงทุนคุณภาพสูง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน ระบบนิเวศนวัตกรรม การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาค เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับจุดหมายการลงทุนอื่น ๆ
ด้าน นายริชาร์ด โบลวิจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการลงทุน กองการลงทุนและวิสาหกิจองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิศาสตร์การลงทุนโลก และการขยายตัวของเงินลงทุนในภาคส่วน ที่มีความเข้มข้นด้านเทคโนโลยีและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้า ต้นทุนทางการเงิน และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน และอาจทำให้เงินทุนกระจุกตัวในประเทศ และภาคธุรกิจที่มีความได้เปรียบมากขึ้น
นายริชาร์ด โบลวิจน์ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการลงทุน กองการลงทุนและวิสาหกิจองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD)
สำหรับโอกาสของธุรกิจไทยการยกระดับ จากฐานการผลิตไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมูลค่าสูง ในตลาดศักยภาพ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา อินเดีย และยุโรปกลาง
ไทยและอาเซียน ไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อดึงการลงทุนทุกประเภท แต่ควรเลือกพัฒนา Niche Sector ที่สอดคล้องกับจุดแข็งของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว
เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
นายริชาร์ด กล่าวอีกว่า สำหรับการลงทุน Data Center ต้องดึงมากกว่าแค่ศูนย์ข้อมูลหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมี UNCTAD มองว่า การดึงดูด Data Center เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะธุรกิจประเภทนี้ใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง ขณะที่การลงทุนด้านพลังงาน น้ำ และระบบสาธารณูปโภคที่รองรับ กลับต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
ไทยควรมองให้ไกลกว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน Data Center โดยต้องพยายามดึงดูด ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เทคโนโลยีขั้นสูง และบริการดิจิทัลที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาด้วย เพื่อให้เกิดการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
โดยรูปแบบการผลิตแบบเดิมเริ่มแข่งขันยากขึ้น ซึ่งUNCTAD ชี้ว่า หากไม่นับรวมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ การลงทุนในภาคการผลิตแบบดั้งเดิมทั่วโลกลดลงอย่างชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเงินลงทุนมีแนวโน้มกระจุกตัวในประเทศรายได้สูงมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศรายได้ปานกลาง รวมถึงไทยต้องเผชิญกับการแข่งขัน เพื่อแย่งชิงโครงการลงทุนในภาคการผลิตที่มีจำนวนลดลง ขณะเดียวกันภาคบริการกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในโครงสร้าง FDI โลก
โจทย์สำคัญอยู่ที่การเลือกส่งเสริมบริการที่นำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ ได้มากกว่าการพึ่งพาการผลิตที่ใช้แรงงานและต้นทุนเป็นหลัก
เงินลงทุนโลกเปลี่ยนทิศ ITD ชี้ ไทยเร่งคว้าโอกาสเทคโนโลยี
นายสุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย แต่การคว้าโอกาสดังกล่าวจำเป็นต้องมองทั้ง Inbound Investment และ Outbound Investment ควบคู่กัน โดยการแข่งขันด้านการลงทุนในอนาคต จะไม่ได้วัดกันเพียงสิทธิประโยชน์ที่แต่ละประเทศเสนอให้ แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้นักลงทุน เทคโนโลยี บุคลากร และธุรกิจท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกัน
ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนโอกาสจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ให้เป็นการลงทุนที่สร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร นวัตกรรม และการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เงินลงทุนไม่ได้เป็นเพียงเม็ดเงินที่ไหลเข้าประเทศ แต่สามารถต่อยอดเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
อ่านข่าว:
TDCA ชี้ Data Center โต 27.2% ต่อปี ดันมูลค่าเศรษฐกิจไทยแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์
พลังงานเร่งอัปเกรดโครงข่าย รับData Center–พลังงานสะอาด
ประชุม World Bank-IMF เงินสะพัด 1 หมื่นล้าน ดึงทุน AI-EV-Data Center เข้าไทย